การประยุกต์ใช้แบคทีเรียส่งเสริมการเจริญเติบโตเพื่อการควบคุมโรคไหม้สาเหตุจากเชื้อรา Pyricularia grisea Sacc.
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โรคไหม้ข้าวที่มีสาเหตุจากเชื้อรา Pyricuralia oryzae เป็นปัญหาสำคัญในการผลิตข้าว ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลงประมาณ 10-30% การควบคุมโรคไหม้โดยชีววิธีเป็นทางเลือกหนึ่งที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืน การศึกษานี้ทำการศึกษาประสิทธิภาพของแบคทีเรียควบคุมโรคใบไหม้ข้าว Enterobacter oryziphilus NP19 ต่อการส่งเสริมการเจริญเติบโต และควบคุมการเกิดโรคใบไหม้ในข้าวขาวดอกมะลิ 105 โดยการ colonized เชื้อ E. oryziphilus NP19 ลงในต้นกล้าข้าว ก่อนย้ายปลูกในแปลงปลูกทดสอบที่มีและไม่มีประวัติการระบาดของโรคไหม้เปรียบเทียบกับข้าวชุดควบคุมที่ไม่มีการเจริญของเชื้อ E. oryziphilus NP19 ร่วมด้วย ผลการทดลองพบว่า E. oryziphilus NP19 สามารถควบคุมการเกิดโรคไหม้ข้าวรวมทั้งส่งเสริมการเจริญของข้าวได้ในสภาวะที่มีและไม่มีโรคไหม้ โดยแบคทีเรียสามารถส่งเสริมให้ข้าวมีปริมาณรงควัตถุ (chlorophyll a, b และ carotenoid) ความสูง จำนวนต้นต่อกอ และมวลชีวภาพ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ข้าวที่มี E. oryziphilus NP19 เจริญร่วมด้วย (RB) มีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อแปรียบเทียบกับข้าวที่ไม่มีแบคทีเรียหรือชุดควบคุม (R) นอกจากนี้ยังพบข้าวที่ปลูกในแปลงที่มีโรคไหม้ (RF) มีผลผลิตลดลงร้อยละ 33.47 ในขณะที่ข้าวที่มี E. oryziphilus NP19 เจริญร่วมด้วยและปลูกในแปลงที่มีการระบาดของโรคใบไหม้ (RBF) พบว่าแบคทีเรียสามารถลดระดับความรุนแรงของการเกิดโรคได้ (Disease severity) ส่งผลให้มีผลผลิตข้าวที่สูงกว่าข้าวชุด RF มากถึงร้อยละ 148.92 ที่น่าสนใจคือแบคทีเรียยังสามารถเพิ่มความหอม (2-acetyl-1-pyrroline, 2AP) ของข้าว KDML105 โดยพบว่าข้าวชุด RB และ RBF เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวชุด R มีสารหอมเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.20 และ 88.74 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าความเครียดของข้าวที่เกิดจากโรคไหม้ทำให้ข้าวชุด RF มีสารหอมเพิ่มขึ้นร้อยละ 50.71 เมื่อเปรียบเทียบกับข้าวชุด R อย่างไรก็ตามพบว่า NP19 ไม่มีผลต่อปริมาณแป้ง อะมิโลส และโปรตีน ในเมล็ดข้าวสำหรับการเก็บรักษาแบคทีเรียในวัสดุตัวพา ที่การเก็บรักษาที่เวลา 9 เดือน พบว่าการใช้ vermicompost เป็นวัสดุตัวพา เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด ทั้งในสภาพที่มีการใช้ CaCO3 และดินสอพองเป็นตัวปรับ pH หรือบัฟเฟอร์ นอกจากนี้ยังพบว่าการเก็บรักษาผงจุลินทรีย์ที่อุณหภูมิ 4o C มีแนวโน้มที่จะมีเปอร์เซ็นต์ความอยู่รอดของแบคทีเรียสูงกว่าการเก็บที่อุณหภูมิห้อง ทั้งนี้การปั่นล้างเซลล์ด้วยสารละลายเกลือ (0.85% NaCl) ก่อนเก็บในวัสดุตัวพา จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ซึ่งส่งผลต่อความอยู่รอดของแบคทีเรียสูงที่สุด จากผลการทดลองดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นได้ว่าการประยุกต์ใช้ E. oryziphilus NP19 เจริญร่วมกับข้าว เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคไหม้ข้าวได้อย่างมีประสิธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเกษตรกรผู้ใช้ อีกทั้งยังสามารถช่วยส่งเสริมการเจริญของข้าวขาวดอกมะลิ105 ได้อีกด้วย โดยการเก็บรักษาแบคทีเรียในมูลไส้เดือนจะสามารถเก็บได้นานถึง 9 เดือน ซึ่งจะเป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อการประยุกต์ใช้ในระดับไร่นาเกษตรกรต่อไป