กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาชีววิทยา และฟีโนโลยี และช่วงการอุบัติของโรคใบร่วงชนิดใหม่ของยางพาราในรอบปี 2.เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ในรูปแบบสารละลายและในรูปแบบเม็ดต่อการแก้ไขปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่และการทดสอบประสิทธิภาพฆ่าเชื้อของสารชีวภัณฑ์เปรียบเทียบในสภาพแปลงจริงของยางพารา 3.เพื่อศึกษาผลของนวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ต่อการเพิ่มปริมาณน้ำยางของยางพาราที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราและ4.เพื่อถ่ายทอดการใช้สารชีวภัณฑ์และนำไปใช้แก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราในพื้นที่ต้นแบบ ทำการทดสอบในแปลงตัวอย่างพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา วางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อก (randomized complete block design) สารชีวภัณฑ์ในรูปแบบสารละลาย มี 7 วิธีการทดลอง (treatment) 3 ซ้ำ คือ 1. ไม่มีการให้สารชีวภัณฑ์ (T1) 2. ให้สารชีวภัณฑ์ 0.10% (T2) 3. ให้สารชีวภัณฑ์ 0.25% (T3) 4. ให้สารชีวภัณฑ์ 0.50% (T4) 5. ให้สารชีวภัณฑ์ 0.75% (T5) 6. ให้สารชีวภัณฑ์ 1.00% (T6) และ 7 ให้สารชีวภัณฑ์ 1.25% (T7) พบว่า การใช้สารชีวภัณฑ์ในกรรมวิธีที่ 4 (T4 : ให้สาร 0.50%) เป็นกรรมวิธีที่สามารถใช้ได้ดีที่สุด โดยทำให้เกิดจุดของโรคน้อยที่สุด และมีผลให้การหลุดร่วงของใบน้อยที่สุด และมียอดที่แตกขึ้นมาใหม่สูงที่สุดจำนวน 8 ยอด/กิ่ง การเจริญเติบโตทางใบทำให้มีพื้นที่ใบ 126 ตร.ซม. สูงที่สุด ขนาดของปากใบมีขนาดใหญ่สุดในเดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เท่ากับ ปากใบกว้าง 30.13 ไมโครเมตร และยาว 33.10 ไมโครเมตร และให้ความหนาแน่นของปากใบสูงสุดในเดือนมีนาคม เท่ากับ 23,965 อันต่อตารางเซนติเมตร และวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อก (randomized complete block design) สารชีวภัณฑ์ในรูปแบบเม็ดมี 7 วิธีการทดลอง (treatment) 3 ซ้ำ คือ 1. ไม่มีการให้สารชีวภัณฑ์ (T1) 2. ให้สารชีวภัณฑ์ 0.5 kg (T2) 3. ให้สารชีวภัณฑ์ 1 kg (T3) 4. ให้สารชีวภัณฑ์ 1.5 kg (T4) 5. ให้สารชีวภัณฑ์ 2 kg (T5) 6. ให้สารชีวภัณฑ์ 2.5 kg (T6) และ 7 ให้สารชีวภัณฑ์ 3 kg (T7) พบว่าการใช้สารชีวภัณฑ์ในกรรมวิธีที่ 5 (T5 : ให้สาร 2 kg) เป็นกรรมวิธีที่สามารถใช้ได้ดีที่สุด โดยทำให้เกิดจุดของโรคน้อยที่สุด และมีผลให้การหลุดร่วงของใบน้อยที่สุด และมียอดที่แตกขึ้นมาใหม่สูงที่สุดจำนวน 3 ยอด/กิ่ง การเจริญเติบโตทางใบทำให้มีพื้นที่ใบ 58.96 ตร.ซม. สูงที่สุด ขนาดของปากใบมีขนาดใหญ่สุดในเดือนมีนาคม พ.ศ.2566 เท่ากับ ปากใบกว้าง 33.49 ไมโครเมตร และยาว 33.10 ไมโครเมตร และให้ความหนาแน่นของปากใบสูงสุดในเดือนมีนาคม เท่ากับ 26,132อันต่อตารางเซนติเมตร ดังนั้น ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารชีวภัณฑ์ทั้งรูปแบบสารละลายและแบบเม็ดมีประสิทธิภาพในการควบคุมเชื้อสาเหตุโรคใบร่วงของยางพาราได้ คำสำคัญ: โรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา สารชีวภัณฑ์ พืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. Final development version of the deliverable demonstrated in operational
เกิดแปลงต้นแบบ (Prototype) อำเภอกรงปีนัง จังหวัดยะลา, อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีและอำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ที่ใช้สารชีวภัณฑ์ทั้งแบบสารละลายและแบบ เม็ดเพื่อรักษาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา
พัฒนาการพัฒนาองค์ความรู้และความรู้พื้นฐานด้านกระบวนการผลิตสารชีวภัณฑ์ทั้งแบบสารละลายและแบบเม็ดที่ส่งผลต่อการรักษาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา รวมทั้ง การพิจารณาถึงสารชีวภัณฑ์ที่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำยางและข้อมูลสภาพอากาศที่ส่งผลต่อ การอุบัติของโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 7 — 7. refinement of project and/or solution and, if needed, retesting in relevant environment with relevant stakeholders
ได้ผลการใช้นวัตกรรมสารชีวภัณฑ์ในรูปแบบสารละลายและแบบเม็ดเพื่อเพิ่ม โอกาสและทางเลือกและสิ่งแวดล้อมใหม่หรือมิติใหม่ๆ ในการนำไปใช้แก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพารา
การเสนอแนวคิดการแก้ปัญหาโรคใบร่วงชนิดใหม่ในยางพาราด้วยการใช้องค์ ความรู้ร่วมกับเกษตรกรชาวนสวนยางพาราบ้านแปแจง อำเภอกรงปีนัง จังหวัดยะลา และร่วมกับการยางแห่งประเทศไทยจังหวัดยะลา