ผลของสารโคลชิซีนต่อปริมาณน้ำยางที่ขับออกจากแผล และต่อลักษณะทางกายวิภาคของต้นกล้าของยางพารา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาผลของสาร โคลชิซีนต่อปริมาณน้ำยางที่ขับออกจากแผลและต่อลักษณะทางกาย วิภาคบางประการของกล้ายางพารา (Hevea brasiliensis Muell. Arg.) สายพันธุ์ RRIM600 โดยให้ สารแก่กล้ำาขางที่ระดับความเข้มข้น 0.01, 0.02, 0.04, 0.06, 0.08 0.1. 0.3 และ 0.5 เปอร์เซ็นต์ เป็น ระยะเวลา 6, 12 และ 24 ชั่วโมง ใช้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร เป็นสถานที่ทดลอง ดำเนินการระหว่างเดือนมีนาคม 2554 จนถึงกุมภาพันธ์ 2555 วางแผนการทดลองแบบ factorial experiment in completely randomized design วิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA) และ เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่โดย Fishers Least Significant Difierence Method ผลการศึกษาพบว่า ณ ระดับความเข้มข้นของสารโคลชิซีน 0.01 และ 0.5 เปอร์เซ็นต์ น้ำขางที่ใด้มีปริมาณมากแตกต่างจาก กลุ่มควบคุมอย่างนัยสำคัญทางสถิติ (P< 0.05) โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระดับความเข้มข้น 0.01 เปอร์เซ็นต์ น้ำขางที่ได้มีปริมาณมากที่สุด ผลของสารโคลชิซีนต่อผลต่างความยาวเส้นผ่าศูนย์กลาง ของลำต้นตรงตำแหน่งเหนือและ ใต้จุดให้สาร ร เซนติเมตร พบว่า ณ ระดับความเข้มข้นของสาร โคลชิซีน 0.08 และ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ค่าผลต่างความยาวเส้นผ่าศูนย์กลางดังกล่าวมีค่ามากกว่ากลุ่ม ควบคุมอย่างนัยสำคัญทางสถิติ (3*0.05) โดยที่ระดับความเข้มข้น 0.01 เปอร์เซ็นด์ ค่ดังกล่าวมีค่า มากที่สุด การศึกษาปากใบของกล้ำขางพารา พบว่า จำนวนของปากใบในทุกวิธีการทดลองมีจำนวน มากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉ พาะอย่างยิ่งที่ระดับความเข้มข้น 0.01 เปอร์เซ็นต์มื ปริมาณมากที่สุด และพบว่า คำเฉลี่ยความยาวของปากใบน้อยกว่ากลุ่มควบคุมในเกือบทุกวิธีการ ทดลอง และค่าเฉลี่ยความกว้างของปากใบมีค่าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความ เข้มข้น 0.06 เปอร์เซ็นต์ สำหรับอัตราส่วนความยาวต่อความกว้างของปากใบของกล้ำยางพารา ค่าเฉลี่ยที่ได้ ณ ระดับความเข้มข้นของสารโคลชิชีน 0.1 และ 0.5 เปอร์เซ็นด์ น้อยกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญ แต่ที่ระดับความเข้มข้น 0.01 เปอร์เซ็นต์ ค่าที่ได้ใกล้เคียงกับกลุ่มควบคุม การตรวจวัดปริมาณดีเอ็นเอในนิวเคียสของใบอ่อนของกล้ายางพาราที่ย้อมด้วย 4,6- diamidino-2-phenylindole (DAP1) โดยใช้เครื่อง Partec PA II! cytometer พบว่า กล้ำายางพาราที่ ได้รับสาร โคลชิซีนที่ระดับความเข้มข้น 0.01, 0.04 และ 0.5 เปอร์เซ็นต์มีสภาพเป็น aneuploid ส่วน ซลล์ในต้นที่ได้รับสารโคลชิซีนที่ระดับความเข้มข้น 0.3 เปอร์เซ็นต์มีสภาพเป็น haploid ไม่พบการ เพิ่มเป็นสองเท่าของโครโมโซม (chromosome doubling)