คุณค่าทางโภชนะ การลดกรดไฮโดรไซยานิกและกระบวนการหมักในกระเพาะรูเมนในหลอดทดลองของเนื้อในเมล็ดยางพารา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคุมค่าทางโภชนะ การลดกรพใสใครโช้ธานิกและ กระบวนการหมักในกระเพาะรูเมนในหลอดทดลองของเนื้อในเมล็ดยางพารา ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 งาน ทดลองดังนี้ งานทดลองที่ 1: การลดกรุดไฮโดรไซยานิกในเนื้อในเมล็ดยางพาราโดยการสับ การศึกษาในครั้งนี้วางแผนการทดลองแบบ t-test โดยมีวิธีการสับแตกต่างกัน คือ เนื้อในเมล็ด ยางพาราไม่สับ (กลุ่มควบคุม) และเนื้อในเมล็ดยางพาราสับ (ขนาดกว้าง 0.5 และยาว 1.0 เซนติเมตร หรือสับ ให้ได้ 8 ชิ้น) ผลการทดลองพบว่า การไม่สับเนื้อในเมล็ดยางพารามีผลทำให้ปริมาณกรดไฮโดรไซยานิกต่ำกว่า กลุ่มที่สับ (P<0.05) ในขณะที่ปริมาณวัตถุแห้งไม่มีความแตกต่างกันระหว่างทรีทเมนต์ (P>0.05) จากผล การศึกษาสรุปได้ว่า การใช้เนื้อในเมล็ดยางพาราไม่สับจะคัดเลือกนำไปใช้ในการทดลองที่ 2, 3, 4 และ 5 ต่อไป งานทดลองที่ 2: การลดกรดไฮโดรไชยานิกในเนื้อในเมล็ดยางพาราโดยการคั่ว การศึกษาในครั้งนี้ทำการทดลองแบบ 2x4 แฟคทอเรียล ในแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด โดยนำเนื้อ ในเมล็ดยางพาราไม่สับโดยการคั่ว โดยมี 2 ปัจจัย ดังนี้ ปัจจัยที่ 1 ใช้อุณหภูมิ 80 และ 100 องศาเซลเชียส และปัจจัยที่ 2 ระยะเวลาการคั่วนาน 30, 40, 50 และ 60 นาที ผลจากการทดลองพบว่า การตัวที่อณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส ส่งผลทำให้ลดปริมาณกรดโฮโฮโดรไซยานิก เยื่อใยที่ไม่ละลายได้ในสารฟอกที่เป็นกลางและ เยื่อใยที่ไม่ละลายได้ในสารฟอกที่เป็นกรด (P<0.01) เมื่อเปรียบเทียบกับการคั่วที่อุณหภูมิ 80 องศาเชลเชียส นอกจากนี้การเพิ่มระยะเวลาการคั่วสามารถลดปริมาณกรดไฮโดรไซยานิก (P<0.01) จากผลการศึกษาสรุปได้ ว่า การคั่วเนื้อในเมล็ดยางพาราที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 50 นาที สามารถลดปริมาณกรดไฮโดรไซ ยานิก และปริมาณเยื่อใยได้ งานทดลองที่ 3: การลดกรดไฮโดรไซยานิกในเนื้อในเมล็ดยางพาราโดยการอบในเครื่องไมโครเวฟ การศึกษาในครั้งนี้ทำการทดลองแบบ 3x3 แฟคทอเรียล ในวางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด โดยใช้ เนื้อในเมล็ดยางพาราไม่สับอบด้วยเครื่องโมโครเวฟที่มีความถี่คลื่น 2,450 MHz โดยใช้กำลังไฟ 400, 560 และ 720 วัตต์ เป็นระยะเวลา 0. 4. และ 8 นาที ผลการทดลองพบว่า การเพิ่มกำลังไฟทำให้ปริมาณเยื่อใยที่ไม่ ละลายได้ในสารฟอกทีเป็นกรดเพิ มขี้ นแบแบบเส้นตรง และการเพิ่มระยะเวลา ในการอบทำให้ปริมาณเยื่อใยที่ไม่ละลายได้ในสารฟอกที่เป็นกลางเพิ่มขึ้น ในขณะที่ลดกรด ไฮโดรไซยานิกในเนื้อในเมล็ดยางพารา โดยไม่ส่งผลต่ออินทรียวัตถุ โปรตีนหยาบ เยื่อใย ADF และเถ้า (P>0.05) งานทดลองที่ 4: การลดกรดไฮโดรไซยานิกในเนื้อในเมล็ดยางพาราโดยอบลมร้อน การศึกษาในครั้งนี้วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด โดยใช้เนื้อในเมล็ดยางพาราไม่สับ โดยการอบใน ตู้อบลมร้อน ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน ได้แก่ 0 (เฉพาะวิเคราะห์หากรดไฮโดร ไขยานิก), 48 และ 72 ชั่วโมง ผลจาการทดลองพบว่า การอบลมร้อนเนื้อในเมล็ดยางพาราเป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณกรดไฮโดรไซยานิกลดลงต่ำที่สุด (46.7 มิลลิกรัมต่อก็โลกรัม) (P<0.01) เมื่อเปรียบเทียบ กับกลุ่มอื่นๆ โดยไม่ส่งผลต่อองค์ประกอบทางเคมีของเนื้อในเมล็ดยางพารา จากผลการทดลงสรุปได้ว่า การ อบลมร้อนเนื้อในเมล็ดยางพาราที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 72 ชั่วโมง สามารถลดกรดโฮโดร ไซยานิกต่ำที่สุด ในขณะที่ไม่ส่งผลต่อองค์ประกอบทางเคมี งานทดลองที่ 5: ผลของวิธีการเตรียมเนื้อในเมล็ดยางพาราที่แตกต่างกันต่อการย่อยได้ ปริมาณ ของกรดใฮโดรไชยานิกและกระบวนการหมักในกระเพาะรูแมนในหลอดทดลอง การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของวิธีการเตรียมเนื้อในเมล็ดยางพาราที่แตกต่างกัน ต่อการย่อยได้ ผลผลิตแก๊ส ปริมาณของกรดโฮโฮโซยานิกและกระบวนการหมักในกระเพาะรูเมน โดยใช้ เทคนิคผลผลิตแก๊สในหลอดทดลอง ในแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด โดยมีการเตรียมเนื้อในเมล็ดยางพาราที่ แตกต่างกัน คือ ทรีทเมนต์ที่ 1 ไม่มีเนื้อในเมล็ดยางพารา (กลุ่มควบคุม) ทรีทเมนต์ที่ 2 เนื้อในเมล็ดยางพารา ดิบ (กลุ่มควบคุม) ทรีทเมนต์ที่ 3 เนื้อในเมล็ดยางพาราที่ผ่านการคั่วที่อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส นาน 50 นาที ทรีทเมนต์ที่ 4 เนื้อในเมล็ดยางพาราโดยการอบด้วยเครื่องไมโครเวฟ 400 วัตต์ นาน 8 นาที ทรีทเมนต์ต์ที่ 5 เนื้อในเมล็ดยางพาราที่ผ่านการอบโดยใช้เครื่องอบที่คุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 72 ชั่วโมง โดยใช้เนื้อ ในเมล็ดยางพาราที่ระดับ 20 เปอร์เซ็นต์ ในอาหารผสมครบส่วน โดยใช้อาหารในปริมาณ 0.5 กรัม ในหลอด ทดลอง ผลการศึกษาพบว่า การใช้เนื้อในเมล็ดยางพาราที่ผ่านความร้อน ได้แก่ การคั่ว การอบในเครื่อง ไม่โครเวฟและอบลมร้อนในสูตรอาหารผสมครบส่วน สามารถลดกรดไฮโดรไซยานิก ส่วนที่ละลายได้ง่าย (ล) และอัตราการผลิตแก๊ส (P<0.01) รวมทั้งลดปริมาณแอมโมเนีย-ไนโตรเจน (P<0.05) ในขณะที่เพิ่มจำนวน แบคทีเรียและเพิ่มกรดไขมันไม่อิ่มตัวในกระเพาะรูเมน (P<0.05) ได้ โดยไม่ส่งผลต่อกรดไขมันที่ระเหยได้ง่าย ผลผลิตแก๊สและการย่อยสลายของวัตถุแห้งและอินทรียวัตถุ (P>0.05) ในหลอดทดลอง ดังนั้นสรุปได้ว่า การ อบลมร้อนที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 72 ชั่วโมง ในเนื้อในเมล็ดยางพาราเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับ การใช้ลดกรดไชยานิกและปรับปรุงกระบวนการหมักในกระเพาะรูมณ์ในหลอด