พฤติกรรมของโครงสร้างที่ทำจากไม้ยางพาราซึ่งผ่านการอบด้วยความร้อนประสานด้วยกาวภายใต้น้ำหนักบรรทุกแบบคงค้างและแบบสลับทิศ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เน้นไปที่การศึกษาผลการใช้อุณหภูมิสำหรับปรับปรุงสมบัติไม้ยางพาราด้วยความร้อนสูงที่มีผลต่อสมบัติในการรับแรงตัด พฤติกรรมการคืบดัด และการให้น้ำหนักบรรทกแบบสลับทิศของคานไม้ประสานด้วยกาว โดยผลการทดสอบของไม้ยางพาราที่ผ่านการปรับปรุงสมบัติติที่อุณหภูมิ 180 และ 220 องศาเซลเซียส เปรียบเทียบกับไม้ยางพาราควบคุมที่อบแห้งด้วยอุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส ซึ่งกำลังต้านทานแรงตัดสูงสุดของคานไม้ยางพาราที่ปรับปรุงสมบัติด้วยความร้อนสูงที่อุณหภูมิ 180 และ 220 องศาเซลเชียส ประสานด้วยกาว มีค่าลดลงอย่างเห็นได้ชัดร้อยละ 8.57 และ 46.72 ตามลำดับ ในขณะที่ค่ามอดูลัสความยึดหยุ่นมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก สำหรับผลการทดสอบการให้น้ำหนักบรรทุกแบบคงค้างโดยพิจารณาคานไม้ยางพาราประสานด้วยกาว ที่อบด้วยอุณหภูมิที่แตกต่างกันและแปรเปลี่ยนระดับความเค้นคงค้างเป็นเวลา 1,000 ชั่วโมง พบว่าค่าการคืบสัมพัทธ์สูงสุดเท่ากับ 0.31 ซึ่งมีค่าน้อยกว่าไม้ท่อนต้นที่ไม่ได้ทำการประสานด้วยกาว นอกจากนี้ได้ทำการทดสอบการให้น้ำหนักบรรทุกแบบคงค้างเป็นระยะเวลายาวนานขึ้นที่ 1 ปี และพบว่าสมการตามกฎยกกำลังซึ่งใช้ทำนายการคืบระยะยะสันที 1,000 ชั่วโมง ยังสามารถใช้ทำนายพฤติกรรมการคืบตัดของไม้ยางพาราประสานด้วยกาว ในระยะยาวได้ด้วย ในกรณีของการให้แรงแบบสลับทิศผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่าคานไม้ยางพาราอบด้วยความร้อนสูงที่อุณหภูมิ 180 และ 220 องศาเซลเซียส ประสานด้วยกาว เมื่อเทียบกับไม้ควบคุม มีค่าการสลายพลังงานลดลงเฉลี่ยร้อยละ 21.05 และ 82.51 ตามลำดับ แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิในการปรับปรุงสมบัติ มีผลต่อค่าการสลายพลังงานและค่าการเสื่อมถอยกำลังของคานไม้ยางพาราของไม้ยางพาราประสานด้วยกาว