กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
การศึกษานี้เป็นการประเมินคุณภาพการยึดเหนี่ยวของกาวติดไม้กับไม้ตะกูซึ่งเป็นไม้โตเร็ว ที่นำมาใช้ทดแทนไม้ชนิดอื่นที่มีจำนวนลดน้อยลง เพื่อศึกษาชนิดกาวที่เหมาะสมในการผลิตไม้ประสาน โดยแบ่งความทนทานของกาวติดไม้ออกเป็นประเภท D3 และ D4 โดยใช้กาว Vinyl-urethane และกาว Resorcinol แล้วนำไปทดสอบ ค่าแรงเฉือนดึง และค่าการแตกของไม้ใกล้แนวกาวในสภาวะต่างๆ ตามมาตรฐาน DIN EN 204-205 โดยได้ทำการทดสอบคุณสมบัติไม้ก่อนทำการติดกาว พบว่า มีความเป็นกรดต่ำกว่า ไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซีสและไม้ยางพารา มีค่าผ่อนความเป็นด่างและค่าผ่อนความเป็นกรด เป็นด่างต่ำกว่าไม้ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนซีส ไม้ตะกูที่ใช้ก่อนการอัดกาว พบว่า มีความชื้นเฉลี่ย 12.03 เปอร์เซ็นต์ และความหนาแน่นเฉลี่ย 444.35 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และจากการวัดค่ามุมสัมผัส ของไม้ตะกูในด้านต่างๆ พบว่า ไม้ตะกู ด้านรัศมี ด้านสัมผัสและด้านหน้าตัด มีค่าความสามารถ ในการเปียกของพื้นผิว (Wettability) เรียงจากมากไปน้อยตามลำดับ การทดสอบแบ่งตามความทนทานประเภท D3 นั้น การใช้กาว Vinyl–urethane มีค่าแรง เฉือนดึงโดยรวมดีกว่ากาว Resorcinol ส่วนการใช้กาว Resorcinol มีค่าการแตกของไม้ใกล้แนวกาว ดีกว่ากาว Vinyl–urethane และพบว่า กาวทั้ง 2 ชนิด มีเพียงค่าแรงเฉือนดึงสภาวะที่ 2 ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน กำหนด การทดสอบแบ่งตามความทนทานประเภท D4 พบว่าการใช้กาว Vinyl–urethane มีค่าแรงเฉือนดึง โดยรวมดีกว่ากาว Resorcinol ยกเว้นสภาวะที่ 4 มีค่าเท่ากับ 4.41 นิวตันต่อมิลลิเมตร ซึ่งมีค่าต่ำกว่า กาว Resorcinol ที่มีค่าเท่ากับ 5.71 นิวตันต่อมิลลิเมตร ส่วนกาว Resorcinol มีค่าการแตกของไม้ ใกล้แนวกาวโดยรวมดีกว่ากาว Vinyl-urethane และพบว่ากาวทั้ง 2 ชนิด มีค่าแรงเฉือนดึงสภาวะที่ 2 และ 3 ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกำหนด