การลดต้นทุนการผลิตไม้ยางพาราแปรรูปอบแห้งในโรงงานอุตสาหกรรมโดยการปรับลดอัตราเร็วของพัดลมให้เหมาะสมในระหว่างการอบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของอัตราเร็วลมที่ผ่านหน้าไม้ที่เหมาะสมสำหรับการอบไม้ยางพาราแปรรูปความหนา 25 mm, 50 mm และ 75 mm ในแต่ละช่วงของการอบในห้องปฏิบัติการ พร้อมกับออกแบบตารางและระบบควบคุมอัตราเร็วลมและทดสอบประยุกต์ใช้งานจริงในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูปผลการวิจัยพบว่า อัตราการแห้งของไม้ยางพาราแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะซึ่งสามารถอธิบายได้ด้วยสมการเอ็กซ์โพเนนเชียล โดยอัตราการแห้งจะมีค่าสูงและลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงแรกซึ่งอัตราเร็วลมมีผลต่ออัตราการแห้งของไม้ในระยะแรกนี้ แต่เมื่อถึงระยะที่ 2 ซึ่งอัตราการแห้งของไม้มีค่าลดลงพบว่าอัตราเร็วลมไม่มีผลต่ออัตราการแห้งของไม้อีกต่อไป ค่าความชื้นเฉลี่ยของไม้ยางพาราที่เหมาะสมสำหรับการปรับลดอัตราเร็วลมที่ผ่านหน้ากองไม้โดยไม่มีผลกระทบต่ออัตราการแห้งของไม้มีค่าขึ้นอยู่กับความหนาของไม้ สำหรับไม้ยางพาราขนาดความหนา 25 mm, 50 mm และ 75 mm ค่าความชื้นเฉลี่ยของไม้ที่สามารถปรับลดอัตราเร็วลมมีค่าเพิ่มขึ้นจาก 25%, 37%เป็น 45% ตามลำดับการทดสอบในโรงงานอุตสาหกรรมไม้ยางพาราแปรรูปกับเตาอบไม้ยางพาราขนาด 1,100 ft3ติดตั้งพัดลม 12 ชุด พบว่าการปรับลดอัตราเร็วรอบของพัดลมในการอบไม้ยางพาราหนา 35 mm จาก 1136 rpm เป็น 852 rpm หลังจากความชื้นในไม้มีค่าต่ำกว่า 30% ไม่มีผลต่ออัตราการแห้งและคุณภาพของไม้โดยสามารถลดค่าไฟฟ้าที่ใช้ขับมอเตอร์ลงได้ 17.4% ของค่าไฟฟ้าเดิม ค่าพลังงานจำเพาะลดลงมาจาก 3.85 kWh/ft3 เป็น 3.18 kWh/ft3 ระบบควบคุมอัตราเร็วลมที่ติดตั้งมีระยะเวลาคืนทุน 8.5 เดือนโดยจะลดค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าสุทธิสำหรับมอเตอร์ที่ใช้ขับพัดลมลงไปได้ 723,060 บาทต่อเตาอบ ในระยะเวลา 5 ปีเป็นอย่างน้อย