การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางสำหรับโคนม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
แผนงานวิจัยนี้เป็นโครงการ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางสำหรับโคนม ซึ่งประกอบด้วยโครงการย่อย 2 โครงการ คือ โครงการย่อยที่ 1 การศึกษาประสิทธิภาพของแผ่นปูพื้นคอกปศุสัตว์จากยางพาราต่อสุขภาพของแม่โคนมในระดับภาคสนาม และโครงการย่อยที่ 2 การศึกษาประสิทธิภาพยางรีดนมวัวต้นแบบร่วมกับฟาร์มโคนม สำหรับโครงการย่อยที่ 1 คณะผู้วิจัยได้ทำการศึกษาประสิทธิภาพของแผ่นยางปูพื้นคอกปศุสัตว์จาก ยางพาราที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งพัฒนาโดยคณะวิจัยต่อปริมาณน้ำนม คุณภาพน้ำนม และสุขภาพของแม่ โคนมจำนวน 35 ตัวในระดับภาคสนาม โดยแม่โคจะยืนบนแผ่นยางปูพื้นคอกฯ เป็นระยะเวลา 4 เดือน จากนั้นจะนำแผ่นยางออก แล้วให้แม่โคยืนบนพื้นซีเมนต์เป็นระยะเวลาอีก 4 เดือน พบว่าแผ่นยางปูพื้นคอกฯ ที่เตรียมได้มีสมบัติผ่านเกณฑ์ มอก. 2584–2556 “แผ่นยางปูพื้นคอกสัตว์” น้ำล้างแผ่นยางปูพื้นคอกฯ มี คุณภาพผ่านเกณฑ์ “น้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม” มีความต้านทานต่อการลื่นไถล (ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียด ทานจลน์เท่ากับ 0.911) สูงกว่า และมีปริมาณซิงค์ในแผ่นยางฯ (0.25%) ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแผ่นยางปู พื้นคอกฯ เชิงพาณิชย์ ในส่วนของการเก็บข้อมูลพบว่าหลังจากแม่โคยืนบนพื้นซีเมนต์ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แม่โคหลายตัวเริ่มแสดงพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงการบาดเจ็บ สัตวแพทย์จึงมีความเห็นให้ยุติการเก็บข้อมูลแม่โค จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติด้วยวิธี paired-samples t-test พบว่าการยืนบนแผ่นยางปูพื้นคอกฯ และการ ยืนบนพื้นซีเมนต์ทำให้แม่โคมีปริมาณน้ำนม ปริมาณโซมาติกเซลล์ในน้ำนม และสุขภาพแตกต่างกันที่ระดับความเชื่อมั่น 90% โดยแม่โคที่ยืนบนแผ่นยางปูพื้นคอกฯ มีปริมาณน้ำนมเฉลี่ยสูงกว่า (~2.16 kg/day) มีปริมาณโซมาติกเซลล์ในน้ำนมต่ำกว่า (~22,000 cells/ml) และมีคะแนนการยืนการเดินต่ำกว่า (~0.05) แม่โคที่ยืนบนพื้นซีเมนต์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติด้วยวิธี multiple regression พบว่าวัสดุที่แม่โคยืน (แผ่นยางปูพื้นคอกฯ หรือซีเมนต์) มีความสัมพันธ์กับปริมาณน้ำนมและคุณภาพน้ำนมดังสมการพยากรณ์ปริมาณน้ำนมต่อวัน = 12.743 + [(1.799) x (วัสดุที่แม่โคยืน)] และปริมาณโซมาติกเซลล์ = 396,848.48 + [(-70,370.70) x (วัสดุที่แม่โคยืน)] ตามลำดับ เมื่อทำการแทนค่าวัสดุที่แม่โคยืน (แผ่นยางปูพื้นคอกฯ = 1, พื้น ซีเมนต์ = 0) พบว่าปริมาณน้ำนมจะสูงกว่าและปริมาณโซมาติกเซลล์จะต่ำกว่าเมื่อแม่โคยืนบนแผ่นยางปูพื้นคอกฯ สำหรับโครงการย่อยที่ 2 คณะผู้วิจัยได้พัฒนาสูตรยางเพื่อใช้ในการผลิตยางรีดนมต้นแบบด้วยการออกแบบสูตรยางคอมพาวด์ที่มีการใช้ยางธรรมชาติผสมร่วมกับยางสังเคราะห์ งานวิจัยนี้เป็นการทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานยางรีดนมเชิงเปรียบเทียบระหว่างยางรีดนมเชิงพาณิชย์และยางรีดนมต้นแบบ โดยในการทดสอบคณะผู้วิจัยได้ทำการทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งานยางรีดนมกับกลุ่มแม่โคจำนวน 70 ตัว กับฟาร์มโคนมในจังหวัดราชบุรีและกาญจนบุรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน จากผลการทดสอบพบว่ายางรีดนมต้นแบบมีประสิทธิภาพการใช้งานได้เทียบเคียงกับยางรีดนมเชิงพาณิชย์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ น้ำนมดิบและสุขภาพเต้านมของแม่โค นอกจากนั้นผลการทดสอบความปลอดภัยยางรีดนมต้นแบบยังผ่านตาม เกณฑ์การทดสอบตามข้อกำหนดความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ยางที่ต้องสัมผัสอาหารแบบซ้ำ ซึ่งการทดสอบ ดังกล่าวทดสอบตามข้อกำหนดของมาตฐานอาหารและยาแห้งสหรัฐอเมริกา