การยกระดับการเลี้ยงโคด้วยนวัตกรรมยางพารา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การวิจัยนี้เป็นชุดโครงการวิจัยประกอบด้วย 4 โครงการย่อยคือ ฉนวนความร้อนจากยางพาราผสมเส้นใยธรรมชาติสำหรับโรงเรือน การพัฒนาแผ่นปูพื้นคอกปศุสัตว์จากวัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก วัสดุป้องกันแรงกระแทกข้อเข่าโคจากยางพารา (สนับเข่าวัว)และรั้วกั้นคอกโคทนแรงกระแทกจากยางพารา สำหรับเรื่องแรก ฉนวนความร้อนจากยางพาราผสมเส้นใยธรรมชาติสำหรับโรงเรือน ฉนวนความร้อนจากยางพาราผสมเส้นใยธรรมชาติสำหรับโรงเรือน ศึกษาเส้นใยธรรมชาติ 3 ชนิดได้แก่ เส้นใยกล้วย เส้นใยผักตบชวา และเส้นใยชานอ้อย พบว่าเส้นใยจากกาบกล้วยจะให้สมบัติเชิงกลและสมบัติทางกายภาพดีกว่าเส้นใยจากผักตบชวาและเส้นใยจากชานอ้อยตามลำดับ การใช้เส้นใยในปริมาณไม่เกิน 4 phr ส่งผลให้สมบัติโดยรวมของยางฟองน้ำดีกว่าการใช้ปริมาณมากกว่า 4 phr การปรับสภาพผิวด้วยสารละลาย NaOH ส่งผลให้สมบัติของยางฟองน้ำที่เสริมแรงด้วยเส้นใยมีสมบัติดีขึ้น ยางฟองน้ำที่ใช้เส้นใยกล้วยร่วมกับยางครัมบ์ BNF/CRM ทุกสัดส่วนความต้านต่อแรงดึงสูงขึ้นเมื่อใช้ BNF/CRM ในปริมาณที่สูงขึ้นในขณะที่สมบัติความสามารถในการยืด ณ จุดขาดจะให้ผลในทางตรงข้ามกันคือจะให้ค่าลดลงเมื่อปริมาณการใช้ BNF/CRM เพิ่มขึ้น การใช้เส้นใยขนาด 1.0 เซนติเมตรร่วมกับ CRM มีสมบัติความต้านทานต่อแรงดึงที่ดีกว่าการใช้เส้นใยขนาด 0.5 เซนติเมตร เรื่องที่ 2 การพัฒนาแผ่นปูพื้นคอกปศุสัตว์จากวัสดุยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก พบว่าการเพิ่มส่วนยางธรรมชาติในยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก (PP/NR) ทำให้คุณสมบัติการไหลลดลงและความแข็งลดลง แต่เพิ่มความหนาแน่นและความต้านทานต่อแรงกระแทก การใช้สารตัวเติม CaCO3 เพิ่มความต้านทานต่อแรงดึง และ N330 เพิ่มความความต้านทานต่อแรงกระแทก และความยืดของยาง ในบางกรณีการเพิ่มปริมาณสารตัวเติมสามารถเพิ่มความความต้านทานต่อแรงกระแทกได้ถึงแต่เมื่อเพิ่มมากกว่า 20 phr ค่าความความต้านทานต่อแรงกระแทกจะลดลง ดังนั้นการเลือกสารตัวเติมมีผลต่อคุณสมบัติของยางเทอร์โมพลาสติกในการพัฒนาแผ่นปูพื้นคอกปศุสัตว์เป็นสิ่งสำคัญ เรื่องที่ 3 วัสดุป้องกันแรงกระแทกข้อเข่าโคจากยางพารา (สนับเข่าวัว) พบว่าการผสมยางครัมบ์โดยใช้สารตัวเร่ง MBTS และ DPG ที่อุณหภูมิ 150?C สามารถขึ้นรูปยางวัลคาไนซ์ได้ดี การอุ่นลูกกลิ้งที่ 60?C ก่อนผสมช่วยให้เรซินผสมกับยางได้ดียิ่งขึ้น คุณสมบัติโมดูลัสที่ 100% และ 300% เพิ่มขึ้นเมื่อปริมาณเรซินเพิ่มแต่คุณสมบัติระยะยืดจนขาดและความต้านทานต่อแรงดึงลดลง เรื่องที่ 4 รั้วกั้นคอกโคทนแรงกระแทกจากยางพารา พบว่าการเบลนด์ระหว่างยางธรรมชาติและพอลิเอทิลีนในอัตราส่วน 60/40 เหมาะสมสำหรับวัสดุเทอร์โมพลาสติกอิลาสโตเมอร์ที่นำไปใช้ในงานรั้วกั้นคอกโคทนแรงกระแทก โดยมีคุณสมบัติการผิดรูปหลังการกดอัดต่ำและทนทานต่อแรงกระแทกสูง การเติมสารตัวเติมส่งผลให้วัสดุผิดรูปหลังการกดอัดสูงและทนทานต่อแรงกระแทกลดลง ดังนั้นวัสดุเทอร์โมพลาสติกอิลาสโตเมอร์ที่ไม่ใส่สารตัวเติมเหมาะสมกว่า ยางธรรมชาติให้สมบัติทนทานต่อแรงกระแทกดีที่สุดเมื่อเทียบกับยางอิพอกไซด์เกรดเปอร์เซ็นอิพอกไซด์ วัสดุเทอร์โมพลาสติกอิลาสโตเมอร์เหมาะในการนำไปใช้ในงานรั้วกั้นคอกโคทนแรงกระแทกเนื่องจากมีการดูดซึมความชื้นและการบวมพองที่ต่ำและทนต่อแรงกระแทกดีเยี่ยมเมื่อเทียบกับไม้ที่อาจเกิดความเสียหายจากการแตกหัก คำสำคัญ: ยางพารา ยางฟองน้ำ เส้นใยธรรมชาติ แผ่นปูพื้นปศุสัตว์, เทอร์โมพลาสติกอิลาสโตเมอร์, การเบลนด์, ยางธรรมชาติ, พอลิโพรพิลีน, พอลิเอทิลีน และ รั้วกั้นคอกโค