การพัฒนาแผ่นยางรองพื้นรองเท้าเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเดินหรือการยืนเป็นระยะเวลานานส่งผลทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย อีกทั้งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพกายด้านอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งในอิริยาบถดังกล่าวส่วนล่างของร่างกายโดยเฉพาะเท้าต้องรองรับแรงกระแทก และรองรับน้ำหนักของร่างกายตลอดเวลา ซึ่งจะส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการรองรับน้ำหนักด้วย ดังนั้นเท้าจึงเป็นอวัยวะสำคัญที่เป็นรากฐานของการเคลื่อนไหวแบบเคลื่อนที่ การใช้วัสดุรองรับเท้าจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการผ่อนแรงการทำงานของกล้ามเนื้อ เอ็น และกระดูก ในขณะยืนและเคลื่อนไหว โครงการวิจัยนี้ เป็นโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาแผ่นรองพื้นรองเท้าจากฟองน้ำยางธรรมชาติเพื่อลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยการศึกษาจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การทดสอบประสิทธิภาพการลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ และการวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต โดยส่วนที่ 1 ได้มีการขึ้นรูปฟองน้ำที่มีความหนาแน่นแตกต่างกัน และทดสอบสมบัติทางกายภาพ โครงสร้างของรูพรุนที่เกิดขึ้น และการทดสอบการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย ในการแปรความหนาแน่นของฟองน้ำสามารถทำได้โดยการแปรปริมาตรของฟองน้ำขณะที่มีการตีฟองน้ำ จากการทดลองพบว่า เมื่อปริมาตรของฟองน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความหนาแน่นของฟองน้ำ เปอร์เซ็นต์การยุบตัวเนื่องจากการกด ค่าดัชนีเชิงกดที่ทำให้ฟองน้ำผิดรูป 25% ลดลง ส่วนที่ 2 จะเป็นการทุดสอบผลของการใช้แผ่นรองพื้นรองเท้าต่อการลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิงขณะที่อาสาสมัครยืน เนื่องจากเป็นอิริยาบถที่ผู้ใช้รองเท้าเกิดอาการบาดเจ็บมากเนื่องจากเท้ามีการรองรับน้ำหนักมากที่สุด โดยทดสอบการหดเกร็งของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้น 2 ตำแหน่ง medial gastrocnemius และ lateral gastrocnemius จากการศึกษาพบว่าการหดเกร็งของกล้ามเนื้อลดลงเมื่อมีการใช้แผ่นรองพื้นรองเท้าขณะยืน โดยการเตรียมที่ปริมาตร15% ของหม้อผสมนั้น ให้ค่าการหดเกร็งกล้ามเนื้อต่ำที่สุดจึงได้เตรียมที่ปริมาตร 15% ไปทดสอบกับอาสาสมัคร โดยทำการขึ้นรูปต้นแบบ 2 รูปแบบด้วยกัน กล่าวคือแบบที่ 1 คือแบบธรรมดาที่ไม่มีส่วนโค้งรับอังเท่า ส่วนแบบที่ 2 เป็นแบบที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับ ทางการค้ายีห้อ Walk Solution ที่ใช้ในการเปรียบเทียบในงานวิจัยนี้ การใช้แผ่นรองพื้นรองเท้าแบบที่ 2 ช่วยลดการหดเกร็งได้ดีกว่าแบบที่ 1 และใกล้เคียงกับทางการค้า นอกจากนี้ ได้มีการประเมินจากการให้อาสมัครประเมินระดับความพึงพอใจของการใช้แผ่นยางรองพื้นรองเท้า พบว่าอาสาสมัครทุกกลุ่มให้คะแนนในระดับพึงพอใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้แผ่นรองพื้นรองเท้าแบบที่ 2 ส่วนที่ 3 จะเป็นส่วนวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ที่มีความคล้ายคลึงกันตามท้องตลาด โดยรวมต้นทุนการผลิตต้นแบบแผ่นรองพื้นรองเท้า จะอยู่ที่ 16.23 บาท ต่อ 1 คู่ ซึ่งต้นทุนในส่วนนี้ยังไม่รวม ต้นทุนของค่าจ้างแรงงาน ซึ่งขึ้นอยู่กับทักษะและกำลังการผลิตในแต่ละวัน โดยเมื่อเปรียบเทียบจากผลการทดสอบกับแผ่นรองขึ้นรองเท้ายีห้อ Walk Solution กับผลการทดสอบที่ใกล้เคียงนั้น แสดงให้เห็นได้ชัดว่า การใช้งานแผ่นรองพื้นรองเท้าจากฟองน้ำยางธรรมชาติ มีอัตราส่วนระหว่างต้นทุนการผลิตต่อประสิทธิภาพ (Cost-Performance Ratio) ที่สูงเมื่อเทียบกับชิ้นตัวอย่างทดสอบทางการค้า