การพัฒนาอุปกรณ์ฆ่าเชื้อทางการแพทย์จากยางพารา ผสมโลหะออกไซด์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยดังกล่าวนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ประเภทที่มียางพาราและ/หรือยางสังเคราะห์และเส้นใยผ้าเป็นองค์ประกอบหลัก โดยจัดเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้งานภายในบริเวณที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ อาทิ ถุงมือ รองเท้า หน้ากากหายใจ และชุดผ้ากาวน์ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายเนื่องจากไม่สามารถทำลายการเกาะติดของเชื้อโรคได้ทั้งจากการสัมผัสโดยตรงและที่กระจายในชั้นบรรยากาศ และอุปกรณ์ดังกล่าวอาจมีขนาดรูพรุนที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของเชื้อโรคบางชนิดอีกด้วย ดังนั้น การคิดค้นวัสดุเสริมที่มีคุณสมบัติป้องกันการซึมผ่านของเชื้อโรคได้ดี และสามารถกำจัดเชื้อโรคได้นั้น จึงเป็นเทคโนโลยีที่มีความต้องการมากยิ่งขึ้น ด้วยปัจจัยดังกล่าว จึงได้นำยางพาราซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ และมีสมบัติเด่นหลากหลายประการ เช่น ความยืดหยุ่นสูง ไม่ชอบน้ำ ฉนวนไฟฟ้า และทำหน้าที่เป็นวัสดุประสานได้ดี มาประยุกต์ด้วยการผสมกับโลหะออกไซด์ที่เป็นมิตรต่อร่างกาย ได้แก่ ออกไซด์ของสังกะสี และออกไซด์ของไทเทเนียม จากการเตรียมเป็นวัสดุยางพาราคอมโพสิตเพื่อผลิตและ/หรือเคลือบบนวัสดุทางการแพทย์ต่างๆที่มีองค์ประกอบพื้นฐานจากยางและผ้าชนิดต่างๆ โดยเปรียบเทียบในลักษณะของยางแผ่น โฟมน้ำยาง และโฟมยางที่ผสมสารก่อโฟม เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการทำลายเชื้อโรคชนิดต่างๆ ควบคู่กับสมบัติเชิงกล เชิงกลพลวัติ ความแข็ง และพื้นผิวสัมผัสของวัสดุคอมโพสิตที่ได้ โดยออกไซด์ของสังกะสีจะทำปฏิกิริยากับแสงแดดและความชื้น และปลดปล่อยสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ออกมาเพื่อทำลายเชื้อโรค และในลักษณะคล้ายกัน ออกไซด์ของไทเทเนียมจะถูกกระตุ้นด้วยแสงยูวีจากแสงแดดและดูดซับสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่ายต่างๆได้ ทำให้ป้องกันอันตรายจากการสัมผัสโดยตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้เป็นเวลานาน