ความเหมาะสมของไม้ไผ่ที่ผ่านการรักษาเนื้อไม้ด้วยน้ำยา CCA ต่อการนำมาใช้สร้างโรงเรือนทางการเกษตร
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
โปรตีนเป็นองค์ประกอบหนึ่งอยู่ในน้ำยางธรรมชาติสามารถก่อให้เกิดอาการแพ้ต่อผู้ใช้ได้ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงศึกษาหาปริมาณโปรตีนในน้ำยางข้นและผลิตภัณฑ์ยางพารา พบว่า การวิเคราะห์หาปริมาณไนโตรเจนรวมโดยเทคนิคเจลดาร์ลไม่เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ในน้ำยางข้น ดังนั้นในที่นี้ทำการวิเคราะห์หาปริมาณโปรตีนในตัวอย่างเหล่านี้ด้วยวิธีโมดิฟายด์ลาวรี โดยสารละลายรีเอเจนต์ที่เหมาะสมประกอบด้วย สารละลาย Na2CO3 เข้มข้น 0.16 mol/L NaOH เข้มข้น 0.11 mol/L Na2C4H4O6 เข้มข้น 8 mol/L K(SbO)C4H2O6 เข้มข้น 0.6 mmol/L CuSO4 เข้มข้น 1 mmol/L และ Folin-ciocalteu’ s reagent เข้มข้น 50 %v/v ซึ่งสามารถวิเคราะห์โปรตีนได้ในช่วง 0-100 ?g/mL โดยมีขีดจำกัดการตรวจวัดเท่ากับ 0.06 ?g/mL โดยสารละลายดังกล่าวสามารถใช้ในการสร้างแผ่นเทียบสีได้ดี ในงานวิจัยนี้ศึกษาวิธีการสกัดโดยการแช่ในตัวทำละลาย คลื่นความถี่สูง และไมโครเวฟและพบว่า เทคนิคไมโครเวฟเป็นเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด โดยศึกษาชนิดของตัวสกัดโปรตีน กำลังไฟฟ้าของเครื่องไมโครเวฟในครัวเรือน และระยะเวลา โปรตีนจากน้ำยางถูกสกัดได้ดีด้วยสารละลายฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาลีน เข้มข้น 2.5 เท่า จำนวน 5 มิลลิลิตร และใช้เทคนิคไมโครเวฟ ที่กำลังไฟฟ้า 560 วัตต์ เป็นเวลา 60 นาที เมื่อทำการสกัดตัวอย่างน้ำยางข้นและถุงมือยางพาราด้วยสารละลายฟอสเฟตบัฟเฟอร์ซาลีนร่วมกับการใช้เทคนิคไมโครเวฟ แล้วตกตะกอนด้วยสารละลาย DOC เข้มข้น 0.15% w/v, TCA เข้มข้น 72% w/v และ PTA เข้มข้น 72% w/v พบว่าน้ำยางข้นมีโปรตีนเท่ากับ 0.8-10.5 mg/g และ 5.9-14.5 mg/g เมื่อวิเคราะห์ด้วยเครื่อง UV-VIS spectrophotometer และแผ่นเทียบสี ตามลำดับ ในขณะที่ถุงมือยางพารามีโปรตีนเท่ากับ 0.2-0.8 mg/g และ 0.4 mg/g ตามลำดับ