การศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา การเจริญเติบโต และระบบราก ของยางพาราภายใต้ระดับการให้น้ำและปุ๋ยที่ต่างกัน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาภายใต้ระดับน้ำและปุ๋ยที่แตกต่างกันเป็นกลไกหลักที่สำคัญของการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตน้ำยางของยางพารา งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและการเจริญเติบโตของยางพาราภายใต้ระดับการให้น้ำและปุ๋ยที่แตกต่างกัน วางแผนการทดลองแบบ 3x3x3 Factorial in RCB จำนวน 4 ซ้ำ โดยปลูกในถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร กำหนดให้ปัจจัย A เป็นยางพารา 3 พันธุ์ได้แก่พันธุ์ RRIM600 RRIT251 และPB235 ปัจจัย B เป็นระดับการให้น้ำแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การให้น้ำที่ระดับความจุสนามตลอดช่วงของการทดลอง (F.C.) การให้น้ำที่ระดับ 2/3 และ 1/3 ของความเป็นประโยชน์ของน้ำในดิน (Available water, A.W.) ตั้งแต่อายุ 30 วันหลังปลูกจนถึงอายุ 8 เดือนด้วยระบบน้ำหนด และกำหนดให้ปัจจัยที่ C เป็นระดับการให้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มี 3 ระดับคือ 85 (ตามความต้องการ) 65 (76 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการ) และ 45 กรัม/ต้น (52 เปอร์เซ็นต์ของความต้องการ) ทำการเก็บข้อมูลลักษณะสรีรวิทยา ค่าศักย์ของน้ำในใบ (LWP) ค่า SPAD chlorophyll meter reading (SCMR) ปริมาณคลอโรฟิลล์ ความสูง น้ำหนักแห้ง และความยาวราก จากการทดลองพบว่ายางพาราที่มีความสูงเฉลี่ยสูงที่สุดคือ พันธุ์ PB235 พันธุ์มีความสูงรองลงมาคือพันธุ์ RRIT251 และ RRIM600 ตามลำดับ การให้น้ำที่ระดับ 1/3A.W. ทำให้ค่า SCMR คลอโรฟิลล์ในใบ และ LWP มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ส่วนการให้น้ำในระดับ F.C. ทำให้ให้ค่า SCMR คลอโรฟิลล์ในใบ และ LWP มีค่าสูงที่สุด ยางพาราพันธุ์ PB235 และพันธุ์ RRIM600 มีปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบสูงที่สุด รองลงมาคือ พันธุ์ RRIT251 โดยพบว่าการให้ปุ๋ยยางพาราที่แตกต่างกัน มีผลต่อค่า SCMR และค่าปริมาณคลอโรฟิลล์ในใบของยางพาราอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่ไม่มีผลต่อค่า LWP ในใบ จากการศึกษาสหสัมพันธ์ของลักษณะพบว่า ลักษณะทางสรีรวิทยากับลักษณะของรากมีความสัมพันธ์กัน โดยน้ำหนักแห้งของรากมีความสัมพันธ์ทางบวกกับความยาวราก (r = 0.64**, P = 0.01) และน้ำหนักแห้งของรากยังมีความสัมพันธ์กับศักย์ของน้ำในใบและความสูง (r = -0.26** และ r = 0.34**, P = 0.01) อีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าความยาวรากมีความสัมพันธ์กับลักษณะทางสรีรวิทยาทุกลักษณะที่ศึกษา และยังมีความสัมพันธ์กับน้ำหนักแห้งใบ น้ำหนักแห้งต้น และน้ำหนักแห้งของราก (r = 0.63 0.61 และ 0.64** ตามลำดับ, P=0.01) อีกด้วย การวิจัยนี้สรุปได้ว่าระดับความแห้งแล้งและการให้ปุ๋ยที่แตกต่างกันที่มีผลต่อการตอบสนองทางลักษณะสรีรวิทยาของยางพาราในระดับที่ต่างกัน โดยการตอบสนองจะขึ้นอยู่กับลักษณะที่ศึกษา ความรุนแรงของความแห้งแล้ง และปริมาณปุ๋ยที่ยางพาราได้รับ