โครงการพัฒนาการผลิตยางพาราเชิงระบบในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นทีปลูกยางใหม่ ซึ่งมีสภาพอากาศร้อน และแห้งแล้งประกอบกับดินเป็นดินทรายที่มีการอุ้มน้ำต่ำ ทำให้ยางพาราที่ปลูกใหม่มีอัตราการตายสูง และมีการเจริญเติบโตช้า การเปิดกรีดจึงช้ากว่าภาคใต้ประมาณ 6 เดือน และทำให้ผลผลิตน้ำยางที่เปิดกรีดแล้วต่ำกว่าภาคใต้ รวมทั้งในสวนยางปลูกใหม่ที่มีการปลูกพืชแซม อาจทำให้อัตราการเจริญเติบโตของยางลดลง เนื่องจากมีการแย่งน้ำ และธาตุอาหารเกิดขึ้น จึงทำการทดลองซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการให้น้ำต่อการเจริญเติบโตของยางพาราปลูกใหม่ที่มีการปลูกพืชแซม และศึกษาผลของการให้น้ำต่อผลผลิตของยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว โดยมี 2 การทดลอง ประกอบด้วย การทดลองที่ 1 ศึกษาผลของการให้น้ำต่อการเจริญเติบโตของยางพาราที่มีระบบการปลูกพืชแซม วางแผนการทดลองแบบ split plot design ปัจจัยหลักคือ การให้น้ำประกอบด้วย 1) การให้น้ำหยด 2) การให้น้ำแบบมินิสปริงเกลอร์ และ 3) ไม่ให้น้ำ และปัจจัยรองคือ ชนิดของพืชแซม ประกอบด้วย 1) ไม่ปลูกพืชแซม 2) มันสำปะหลัง 3) กล้วย และ 4) พืชคลุมดิน (ซีรูเรียม) ผลการทดลองพบว่า การให้น้ำทุกทั้งสองวิธีทำให้ต้นยางมีอัตราการรอดตาย และการเจริญเติบโตสูงกว่าการไม่ให้น้ำ ในขณะที่การปลูกพืชแซมยางในสภาพที่ไม่ให้น้ำ ทำให้ต้นยางมีการเจริญเติบโตลดลงมากกว่าการปลูกพืชแซมยางที่มีการให้น้ำ ดังนั้นการปลูกยาง และมีพืชแซมในเขตนี้ยิ่งมีความจำเป็นที่ต้องมีการให้น้ำ ส่วนพืชแซมยางที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดคือ มันสำปะหลัง ส่วนการทดลองที่ 2 ศึกษาผลของการให้น้ำ และปุ๋ยต่อผลผลิตของต้นยางพาราที่เปิดกรีดแล้ว วางแผนการทดลองแบบ split plot design ปัจจัยหลักคือ การให้น้ำ ประกอบด้วย 1) ให้น้ำ 3 วัน/ครั้ง 2) ให้น้ำ 6 วัน/ครั้ง 3) ให้น้ำ 9 วัน/ครั้ง และ 4) ไม่ให้น้ำ และปัจจัยรองคือ วิธีการให้ปุ๋ย ประกอบด้วย 1) ให้ปุ๋ยทางดิน และ 2) ให้ปุ๋ยทางระบบน้ำ ผลการทดลองพบว่า การให้น้ำ 3 วัน/ครั้ง ทำให้ผลผลิตของยางพาราสูงที่สุด รองลงมาคือ การให้น้ำ 6 วัน/ครั้ง 9 วัน/ครั้ง และไม่ให้น้ำตามลำดับ ขณะที่การให้ปุ๋ยทางดิน และทางระบบน้ำไม่ทำให้ผลผลิตยางพารามีความแตกต่างกันทางสถิติ แต่มีแนวโน้มว่าการให้ปุ๋ยทางน้ำให้ผลผลิตสูงกว่า คำสำคัญ : ยางพารา การให้น้ำหยด การให้ปุ๋ยทางระบบน้ำ พืชแซมยาง