แนวทางการจัดการสวนยางพาราที่เหมาะสมกับท้องถิ่น จังหวัดสุรินทร์ เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (๑ ศึกษารูปแบบการผลิตยางพาราของเกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์ (๒) เพื่อศึกษาผลกระทบของน้ำเสียจากกระบวนการผลิตยางแผ่นดิบต่อคุณภาพคิน และคุณภาพน้ำผิวดิน (๓) เพื่อ เสนอแนะแนวทางการจัดการน้ำทิ้งจากกระบวนการผลิตยางแผ่นดิบ (๔ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลคำแนะนำการใช้ ปุยตามค่าวิเคราะห์ดิน และ (๕) เพื่ออบรมถ่ายทอดความรู้การใช้ปุ๋ยตามค่าการวิเคราะห์ให้แก่เกษตรกร ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการผลิตยางพาราของเกษตรกร จำนวน ๘๕ ราย เกษตรกรเจ้าของสวน ยางส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุมากกว่า ๖0 ปีจบการศึกษาในระดับประถมศึกษา มีสมาชิกในครัวเรือนอยู่ ระหว่าง ๓๔ คน และมีสมาชิกเพียง ๒ คน ที่ร่วมกิจกรรมการทำสวนยาง เกษตรกรส่วนใหญ่ยึดอาชีพการทำ สวนยางเป็นอาชีพรอง โดยอาชีพหลักเป็นการทำนา ซึ่งขนาดพื้นที่สวนยางส่วนใหญ่เป็นสวนยางขนาดเล็ก มี พื้นที่ ไม่เกิน ๑0 ไร่ สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดินของเกษตรกรก่อนที่จะทำสวนยางพารานั้นพบว่า ส่วนใหญ่ เคยเป็นพื้นที่นาข้าว โดยลักษณะพื้นที่ในการทำสวนยางส่วนใหญ่เป็นที่ราบและเป็นที่ดิน สปก. เกษตรกรส่วน ใหญ่ตัดสินใจปลูกยางด้วยตัวเอง เนื่องจากเห็นว่าอาชีพการทำสวนยางสร้างรายได้ได้ดี มีการใช้ปุยเคมีร่วมกับ ใช้ปุยอินทรีย์เป็นส่วนใหญ่ ระบบกรีดเป็นแบบวันเว้นวัน และส่วนใหญ่เก็บผลผลิตในรูปแบบยางถ้วย ผลการวิเคราะห์ดินพบว่า ณ จุดปล่อยน้ำทิ้งปริมาณ N, P และ K อยู่ในระดับต่ำกว่าจุดที่ห่างจากจุด ปล่อยน้ำทิ้งระยะ ๑0 เมตร และค่า pH ณ จุดปล่อยน้ำทิ้ง ดินมีสภาพเป็นด่างอ่อน แต่ที่ระยะ ๑0 เมตร จากจุดปล่อยน้ำทิ้งมีค่า p1 มีสภาพเป็นกรด่อน สำหรับคุณภาพน้ำผิวดินพบว่า คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ มาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แต่เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดผลกระทบในอนาคต เกษตรกรควรตั้งโรงผลิตยาง แผ่นให้ห่างจากแปลงปลูกเป็นระยะห่างอย่างน้อย ๑ เมตร และควรปลูกพืชที่มีประสิทธิภาพในการบำบัด น้ำเสียเป็นแนวกั้นระหว่างพื้นที่ทิ้งน้ำเสียกับแปลงปลูก สำหรับพื้นที่สวนยางที่ตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ควรใช้ แรงงานคนในการกำจัดวัชพืช หรือใช้สารกำจัดวัชพืชในอัตราที่แนะนำ เพื่อป้องกันการตกค้างของสารพิษใน สิ่งแวดล้อม และ ผลการหาคำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามคำวิเคราะห์ดินจากการสำรวจชุดดินจากแผนที่ชุดดิน พบว่า สวนยางของเกษตรกรจำนวน ๘๕ ราย ตั้งอยู่ในกลุ่มชุดดินที่ ๔0 และกลุ่มชุดดินที่ ๔๔ สภาพดิน โดยทั่วไปมีธาตุปริมาณอาหารต่ำ มีสภาพเป็นกรดอ่อน ควรใส่ปุ๋ยสูตร ๑๘-๔๖-- อัตรา ๔ กิโลกรัมต่อไร่ ๔๖ ๐ 0 อัตรา ๕ กิโลกรัมต่อไร่ และ *-๑ ๖0 อัตรา ๘ กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับดินที่มีธาตุอาหารปานกลาง-สูง ควร ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๘-๔๖- อัตรา ๒ กิโลกรัมต่อไร่ ๔๖---- อัตรา ๖ กิโลกรัมและ ?-*-๖๐ อัตรา ๘ กิโลกรัมต่อไร่