ผลการใช้เถ้าไม้ยางพาราต่อการจัดการสวนยางพารา ในกลุ่มชุดดินที่ 45
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การทดลองผลการใช้เถ้าไม้ยางพาราต่อการจัดการสวนยางพารา ในกลุ่มชุดดินที่ 45 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้เถ้าไม้ยางเป็นวัสดุปรับปรุงดินต่อสมบัติของดิน เพื่อศึกษาผลของการใช้เถ้าไม้ยางต่อความเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตยางพารา รวมทั้งศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของยางพาราในแต่ละกรรมวิธี ทำการทดลองในพื้นที่เกษตรกร หมู่ที่ 2 บ้านทุ่งตำเสา ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยวางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block (RCBD) จำนวน 8 ตำรับการทดลอง 3 ซ้ำ คือ ตำรับที่ 1 = วิธีเกษตรกร, ตำรับที่ 2 = ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+โดโลไมท์ตามความต้องการปูน, ตำรับที่ 3 = ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 100 กก./ไร่, ตำรับที่ 4 = ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 200 กก./ไร่, ตำรับที่ 5 = ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 300 กก./ไร่, ตำรับที่ 6 = ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 400 กก./ไร่, ตำรับที่ 7 = ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 500 กก./ไร่ และตำรับที่ 8 = ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 600 กก./ไร่ การใส่ปุ๋ยในแต่ละตำรับการทดลองจะมีการแบ่งใส่เป็น 2 ครั้งต่อปี ผลการศึกษาพบว่า สมบัติทางเคมีของดินในตำรับการทดลองที่ 6 ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ในอัตรา 400 กก./ไร่ ให้ค่า pH ของดินสูงสุด เท่ากับ 6.57 มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับตำรับการทดลองที่ 1 2 3 4 และ5 ซึ่งให้pH เท่ากับ 5.43 5.53 5.45 5.48 และ5.82 ตามลำดับ แต่ไม่แตกต่างกับตำรับการทดลองที่ 7 และ 8 ซึ่งมีค่าความเป็นกรดเป็นด่างเท่ากับ 6.70 และ 6.50 ตามลำดับ ในส่วนของธาตุอาหารในดิน พบว่าการใช้ปุ๋ยเคมี ? ของค่าวิเคราะห์ดินร่วมกับเถ้าไม้ยางพาราสามารถให้ธาตุอาหารพืชไม่แตกต่างกับการให้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และมีแนวโน้มว่าสามารถเพิ่มปริมาณ ปริมาณอินทรียวัตถุ (OM) ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (Available P) ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ (Available K) ปริมาณแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ (Available Ca) และปริมาแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ (Available Mg)ซึ่งส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่ม ส่วนสมบัติทางกายภาพของดินภายหลังการทดลองพบว่า ไม่มีความแตกต่างทางสถิติ ซึ่งความหนาแน่นของดินในตำรับที่มีการใช้เถ้าไม้ยางพารามีแนวโน้มลดลงในทุกๆตำรับเมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่า ตำรับการทดลองที่ 7 ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ใน อัตรา 500 กก./ไร่ เป็นตำรับการทดลองที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุดทั้ง 2 ปี ซึ่งปีที่2 มีมูลค่าผลผลิตและผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรเท่ากับ 33,135 และ 30,218 บาทต่อไร่/ปี ตามลำดับ รองลงมาคือตำรับการทดลองที่ 3 ? ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน+การใช้เถ้าไม้ยางพารา ใน อัตรา 100 กก./ไร่ มีมูลค่าผลผลิตและผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรเท่ากับ 28,964 และ 26,047 บาทต่อไร่/ปี ตามลำดับ ส่วนตำรับการทดลองที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำที่สุด คือ ตำรับการทดลองที่ ตำรับที่ 1 วิธีเกษตรกร มีมูลค่าผลผลิตและผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรเท่ากับ 20,372 และ 16,972 บาทต่อไร่/ปี ตามลำดับ