ผลของการใช้ปุ๋ยชีวภาพและจุลินทรีย์ พด.9 เพื่อปลูกอ้อยคั้นน้ำในพื้นที่ดินกรด ชุดดินโคกเคียน (กลุ่มชุดดินที่ 17)
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
บทคัดย่อการทดลองผลของการใช้ปุ๋ยชีวภาพและจุลินทรีย์ พด.9 เพื่อปลูกอ้อยคั้นน้ำในพื้น ที่ดินกรด ชุดดินโคกเคียน (กลุ่มชุดดินที่ 17) มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาผลของปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และจุลินทรีย์ พด.9 ต่อการปลูกอ้อยคั้นน้ำในพื้นที่ดินกรดโดยการจัดการด้วยกรรมวิธีต่างๆ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีของดิน และศึกษาผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของอ้อยคั้นน้ำในตำรับทดลองต่างๆ ทำการทดลองในพื้นที่เกษตรกร หมู่ที่ บ้านทุ่งเลียบ ตำบลทุ่งตำเสา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยวางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block (RCBD) จำนวน 9 ตำรับการทดลอง 3 ซ้ำ คือ ตำรับที่ 1 = วิธีเกษตรกร (ปุ๋ยเคมีตามอัตราแนะนำ) ตำรับที่ 2 = ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินตำรับที่ 3 = จุลินทรีย์ พด.9 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับที่ 4 = จุลินทรีย์ พด.9 อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับที่ 5 = จุลินทรีย์ พด.9 อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับที่ 6 = ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับที่ 7 = ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 อัตรา 300 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับที่ 8 = ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับที่ 9 = ปูนตามค่าความต้องการปูนเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงสมบัติของดินในปีที่ 1 และ 2 พบว่า การใช้การใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.9 และ พด.12 ในอัตราต่างๆสามารถเพิ่มปริมาณธาตุอาหารพืชได้ดีเทียบเท่ากับการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งในปีที่ 2 ปริมาณอินทรียวัตถุในตำรับที่ 8 ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ค่าสูงสุดเท่ากับ 2.78 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งกับตำรับที่ 1,2,3,6 และ 9 ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (Available P) ในตำรับที่ 5 จุลินทรีย์ พด.9 อัตรา 500 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ค่าสูงเท่ากับ 38.67 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งกับตำรับที่ 1,2 และ 9 ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ (Available K) ในตำรับที่ 6 ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ค่าสูงสุดเท่ากับ 93 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งกับตำรับที่ 3,4,5 และ 9 และปริมาณแมกนีเซียมที่เป็นประโยชน์ (Available Mg) ในตำรับที่ 9 ปูนตามค่าความต้องการปูนเพียงอย่างเดียว ให้ค่าสูงสุดเท่ากับ 108 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งกับตำรับที่ 1,2,3,4 5,6,7 และ 8 การเปลี่ยนแปลงของการเจริญเติบโตและผลผลิตอ้อยคั้นน้ำ ในปีที่ 1 และ 2 พบว่า การใช้การใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.9 และ พด.12 ในอัตราต่างๆ สามารถเพิ่มการเจริญเติบโตของ จำนวนลำต่อกอ ความยาวลำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง คุณภาพความหวาน และผลผลิตอ้อยคั้นน้ำ ไม่แตกต่างกันกับการใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พบว่า ตำรับการทดลองตำรับที่ 3 จุลินทรีย์ พด.9 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นตำรับการทดลองที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงที่สุดทั้ง 2 ปี มีมูลค่าผลผลิตและผลตอบแทนเหนือต้นทุนผันแปรเท่ากับ 53,738 และ 64,456บาทต่อไร่ จะเห็นได้ว่าตำรับการทดลองที่มีการใช้ปุ๋ยชีวภาพ พด.9 และ พด.12 ในปริมาณ อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ก็เพียงพอสำหรับการให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน แต่อย่างไรก็ตามผลตอบแทนทางเศรษฐกิจไม่มีแตกต่างทางสถิติกับตำรับการทดลองอื่นๆ