ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติของดินจากการจัดการดินกลุ่มชุดดินที่ 10, 11 และ 14 ด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินเพื่อการปลูกข้าวอินทรีย์ในพื้นที่ลุ่มน้้าปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติของดินจากการจัดการดินกลุ่มชุดดินที่ 10, 11 และ 14 ด้วยผลิตภัณฑ์เทคนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินเพื่อการปลูกข้าวอินทรีย์ในพื้นที่ลุ่มน้ำปาก พนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการในปี 2552-2554 วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design จำนวน 5 ตำรับการทดลอง 3 ซ้ำ ประกอบด้วย ตำรับการทดลองที่ 1 แบบ เกษตรกร (ปุ๋ยเคมี) ตำรับการทดลองที่ 2 พืชปุ้ยสด + น้ำหมักชีวภาพ(ซุปเปอร์พด.2) + สารป้องกัน แมลงสัตรูพืช(พด. 7) + ปูนตามค่าความต้องการปูน ตำรับการทดลองที่ 3 พืชปุ้ยสด + น้ำหมักชีวภาพ (ซุปเปอร์พด.2) + สารป้องกันแมลงสัตรูพืช(พด. 7) + หินฟอสเฟต 300 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับการทดลอง ที่ 4 พืชปุ๋ยสด + น้ำหมักชีวภาพ(ซุปเปอร์ พด.2)+ สารป้องกันแมลงศัตรูพืช(พด.7) + ปุ้ยหมัก(พด.9) อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับการทดลองที่ 5 พืชปุยสด + น้ำหมักชีวภาพ(ซุปเปอร์ พด.2) + สาร ป้องกันแมลงศัตรูพืช(พด. 7) + 2 ค่ความต้องการปูน + หินฟอสเฟต 150 กิโลกรัมต่อไร่ + ปุ้ยหมัก (พด.9) อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ ผลการศึกษาพบว่า ตำรับการทดลองที่มีการใส่ปูน ปฏิกิริยาดิน และปริมาณแคลเซียมที่แลกเปลี่ยนได้มี แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากดินเดิมมีความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญยิ่งกับการไมใส่ปูน การใส่หิน ฟอสเฟตร่วมกับปุยหมัก (พด.9) มีผลทำให้ปริมาณฟอสฟอรัสในดินมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น มากกว่า ตำรับ การทดลองที่ใช้หินฟอสเฟตหรือปุยหมัก (พด.9) เพียงอย่างเดียว ปริมาณอินทรีวัตถุมีแนวโน้มเพิ่ม สูงขึ้นในวิธีการที่มีการปลูกพืชปุยสด การจัดการดินทุกตำรับการทดลอง ความหนาแน่นรวมของดิน มี แนวโน้มลดลง ตำรับการทดลองที่ 1 แบบเกษตรกร (ปุ๋ยเคมี 46-0-0 อัตรา 20 กิโลกรัมต่อไร่ และ 16- 20-0 อัตรา 16 กิโลกรัมต่อไร่) ให้ผลผลิตน้ำหนักเมล็ดสดรวมเฉลี่ยมีค่าสูงสุด ในทุกกลุ่มชุดดิน