Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

การจัดการดินร่วมกับการปลูกพืชตระกูลถั่วบนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำในสวนยางพารา จังหวัดตรัง

พิลาสลักษณ์ ลิ่วรุ่งเจริญ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การทดลองการจัดการดินร่วมกับการปลูกพืชตระกูลถั่วบนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ในสวนยางพารา จังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาการเปลี่ยนแปลงสมบัติทางเคมีและกายภาพ ของดิน ก่อนและหลังการทดลอง และศึกษาผลของการจัดการดินร่วมกับการปลูกพืชตระกูลถั่วบนดินที่ มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำในสวนยางพารา จังหวัดตรัง ทำการทดลองในพื้นที่เกษตรกร หมู่ที่ 6 บ้านควนสระแก้ว ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ระหว่างเดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนมีนาคม 2565 โดยวางแผนการทดลองแบบ Split plot in Randomized Complete Block (RCBD) ประกอบ ด้วย ปัจจัยหลัก (ชนิดของถั่ว) ได้แก่ M1: ถั่วลิสง M2: ถั่วหรั่ง และปัจจัยรอง (อัตราการใช้ปุ๋ย) ได้แก่ S1: ใส่ปุ๋ยตามวิธีปฏิบัติของเกษตรกร (ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-4 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่) S2: ใส่ปุ๋ยเคมี ตามคำ แนะนำของสถาบันวิจัยยาง (ปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา 56 กิโลกรัมต่อไร่) S3: ใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตามคำแนะนำ ของสถาบันวิจัยยาง (ปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา 56 กิโลกรัมต่อไร่) S4: ใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา ? คำแนะนำ ของสถาบันวิจัยยาง (28 กิโลกรัมต่อไร่) และ S5: ใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา 2/3 ของคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง (38 กิโลกรัมต่อไร่) ผลการศึกษาปัจจัยหลัก (ชนิดของถั่ว) และอิทธิพลร่วมระหว่างปัจจัยหลักและปัจจัยรอง (ชนิด ของถั่วกับอัตราการใช้ปุ๋ย) ไม่ทำให้สมบัติทางเคมีของดินมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่ปัจจัยรอง (อัตราการใช้ปุ๋ย) มีผลทำให้ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินแตกต่างกันทั้ง 3 ปี พบว่า การใส่ปุ๋ยหมัก อัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีอัตราตามคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง (ปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา 56 กิโลกรัมต่อไร่) (S3) ทำให้ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (Available P) ในดินสูงที่สุด เท่ากับ 2.42 12.84 และ 8.44 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ในปีที่ 1 2 และ 3 ตามลำดับ ในขณะที่การใส่ ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา ? คำ แนะนำของสถาบันวิจัยยาง (28 กิโลกรัมต่อไร่) (S4) ทำให้ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินเพิ่มขึ้นสูงที่สุดเป็น 5.37 5.05 และ 5.14 ในปีที่ 1 2 และ 3 ตามลำดับ นอกจากนี้ การใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา ? คำ แนะนำของสถาบัน วิจัยยาง (28 กิโลกรัมต่อไร่) (S4) ยังทำให้ปริมาณแคลเซียม และแมกนีเซียมที่สกัดได้มีแนวโน้มสูงที่สุด ส่วนขนาดรอบลำต้นยางพารา ปัจจัยหลัก (ชนิดของถั่ว) พบว่า ถั่วหรั่ง (M2) มีแนวโน้มทำให้ขนาดรอบลำต้นยางพาราสูงกว่าถั่วลิสง (M1) สำหรับปัจจัยรอง (อัตราการ ใช้ปุ๋ย) พบว่า การใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา 2/3 ของคำ แนะนำของสถาบันวิจัยยาง (38 กิโลกรัมต่อไร่) (S5) มีแนวโน้มทำให้ขนาดรอบลำต้นยางพาราสูงที่สุด เท่ากับ 23.79 เซนติเมตร ในปีที่ 3 ส่วนอิทธิพลร่วมระหว่างชนิดของถั่วและอัตราการใช้ปุ๋ย พบว่า การปลูกถั่วหรั่งเป็นพืชคลุมดินร่วมกับการใส่ปุ๋ยหมักอัตรา 230 กิโลกรัมต่อไร่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 อัตรา 2/3 ของคำแนะนำของสถาบันวิจัยยาง (38 กิโลกรัมต่อไร่) (M2S5) มีแนวโน้มทำให้ขนาด รอบลำต้นยางพาราสูงที่สุดเท่ากับ 25.17 เซนติเมตร สำหรับความสูงของยางพารา ปัจจัยหลัก (ชนิดของถั่ว) พบว่า ถั่วลิสง (M1) มีแนวโน้มทำให้ต้นยางพาราสูงกว่าถั่วหรั่ง (M2) ปัจจัยรอง พบว่า (อัตราการใช้ปุ๋ย) พบว่า ตำรับการทดลองที่ 1 การใส่ปุ๋ยตามวิธีปฏิบัติของเกษตรกร (ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-4 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่) ทำให้ยางพารามีความสูงมากที่สุด ส่วนอิทธิพลร่วมระหว่างชนิดของถั่วและ อัตราการใช้ปุ๋ย พบว่า การปลูกถั่วหรั่งเป็นพืชคลุมดินร่วมกับการใส่ปุ๋ยตามวิธีปฏิบัติของเกษตรกร (ปุ๋ยเคมีสูตร 16-8-4 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่) (M2S1) มีแนวโน้มทำให้ยางพารามีความสูงมากที่สุด เท่ากับ 926.14 เซนติเมตร

คำสำคัญ

ยางพาราCompostปุ๋ยหมักการจัดการดินsoil managementLeguminosaeพืชตระกูลถั่วPara Rubber PlantationLow Fertile Soilดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การจัดการดินเพื่อการผลิตข้าวไรซ์เบอรี่ในระบบเกษตรอินทรีย์ จังหวัดพัทลุง

พิลาสลักษณ์ ลิ่วรุ่งเจริญ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2563

การจัดการดินที่เหมาะสมต่อการปลูกหม่อนผลสดอินทรีย์ จังหวัดยโสธร

สมจินต์ วานิชเสถียร กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2564

การจัดการดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกข้าวพันธุ์เล็บนกปัตตานี ในกลุ่มชุดดินที่ 6

นิภาพร ชูกิจ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 พ.ศ. 2554

การจัดการดินชุดหางดงในการปลูกลำไยร่วมกับหญ้าแฝกในจังหวัดเชียงใหม่

จุไรพร แก้วทิพย์ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2554

การศึกษาและทดสอบการจัดการดินที่เหมาะสมเพื่อปลูกมันสำปะหลัง แบบเศรษฐกิจพอเพียงในเขตพัฒนาที่ดินจังหวัดลพบุรี

กาชัย กาญจนธนเศรษฐ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2557

การจัดการดินโดยใช้พืชบารุงดิน วัสดุปรับปรุงดิน ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ พด.12 และปุ๋ยเคมี ร่วมกับการปลูกต้นผักเหมียงเป็นพืชแซมยางพารา ในกลุ่มชุดดินที่ 45

พิมล อ่อนแก้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2555

ศึกษาการจัดการดินโดยใช้แถบหญ้าแฝก ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงดินและเพิ่มผลผลิตผักในชุดดินปราณบุรี

อภิญญา แสงสุวรรณ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2555

ผลของโดโลไมท์ ปุ๋ยอินทรีย์ และไตรโคเดอร์มาต่อความอุดมสมบูรณ์ดินและผลผลิตของพริกไทย

รติกร ณ ลำปาง กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2563

แปลงต้นแบบการปรับเปลี่ยนพื้นที่ดินเค็มที่ไม่เหมาะสมต่อการปลูกข้าว เพื่อปลูกพืชสมุนไพร

สุจิตตรา ปะนันโต กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2564

วิธีการจัดการดินจากโปรแกรมคำแนะนำการจัดการดินและปุ๋ยรายแปลงร่วมกับปุ๋ยพืชสด เพื่อปลูกมันสำปะหลังในดินทราย

ดานิเอล มูลอย กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2558