การตรวจสอบการกระจายตัวของเอนไซม์และคาร์โบไฮเดรตในเปลือกและเนื้อไม้บนลำต้นยางพาราต่อการผลิตน้ำยาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ยางพารา (Hevea brasiliensis Muell.Arg.) เป็นพืชเศรษกิจที่มีความสําคัญและทํารายได้หลักให้กับเกษตรกรในประเทศไทยโดยผลผลิตหลักที่ได้จากยางพาราคือน้ำยาง การศึกษาถึงความสัมพันธ์และผลกระทบจากการระบบการกรีดต่อสมดุลระหว่างกระบวนการการผลิตน้ำยางและการเจริญของลําต้นจะช่วยให้สามารถใช้ระบบการกรีดและเก็บเกี่ยวน้ำยางที่เหมาะสมที่สามารถรักษาสภาพต้นยางให้สร้างผลผลิตน้ำยางได้ในระยะยาว ในงานวิจัยนี้ต้องการศึกษารูปแบบการกระจายตัวของคาร์โบไฮเดรต (sucrose และ starch) และกระบวนการเมตาบอลิซึมที่เกิดขึ้นในน้ำยาง โดยการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของเอนไซม์ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ และย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตโดยเฉพาะ sucrose ที่ส่งผลกับการสังเคราะห์น้ำยาง และการตอบสนองต่อปัจจัยทางการเกษตรต่าง ๆ ได้แก้ พันธุ์ยาง (RRIM600 และ GT1) ระบบกรีด (กรีดขึ้นและกรีดลง) การใช้สารเร่งน้ำยาง (ความเข้มข้น 2.5% และ 5% 8 ครั้ง/ปี) ตําแหน่งหน้ากรีด (เหนือและใต้รอยกรีด) เนื้อเยื่อพืช (เปลือกไม้และเนื้อไม้) และฤดูกาล (พฤษภาคมและตุลาคม) ผลการเก็บตัวอย่างในปีที่ 1 และ 2 พบว่าพันธุ์ยางที่ต่างกันให้ผลผลิตตอบสนองต่อระบบการกรีด (กรีดขึ้นและกรีดลง) ที่แตกต่างกันพันธุ์ RRIM600 มีแนวโน้มให้ผลผลิตดีกว่าจากการใช้ระบบกรีดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ปริมาณ sucrose มีความแตกต่างที่แต่ละระดับความสูงของต้นโดยด้านบนของลําต้นจะมีปริมาณ sucrose มากกว่าทําให้มีผลผลิตน้ํายางมากกว่า อย่างไรก็ตามปริมาณ sucrose เพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายถึงระดับการผลิตน้ำยางได้เนื่องจากการกรีดขึ้นในต้นยางพันธุ์ GT1 ซึ่งมีปริมาณ sucrose สูงกว่าพันธุ์ RRIM600 ให้ผลผลิตน้ำยางต่ำกว่า เมื่อพิจารณาจากผลการวิเคราะห์ระดับกิจกรรมของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ (Sucrose phosphate synthase: SPS และ Amylase: AMY) และย่อยสลาย sucrose (Sucrose synthase: Susy และ Invertase: INV) พบว่าในเปลือกไม่ซึ่งเป็นบริเวณที่สังเคราะห์น้ำยางมีระดับกิจกรรมของเอนไซม์ Susy และ INV แปรผกผันกับปริมาณ sucrose โดยในระบบกรีดขึ้นที่ฝั่งหน้ากรีดมีระดับกิจกรรมของ Susy และ INV สูงที่สุดและมีปริมาณ sucrose ต่ำที่สุด ในขณะที่เอนไซม์กลุ่มย่อยสลาย sucrose (SPS และ AMY) จะมีระดับกิจกรรมในเนื้อไม่มากกว่าในเปลือกไม่ และเอนไซม์ทั้งสองชนิดมีกิจกรรมในระบบกรีดขึ้นสูงกว่าระบบกรีดลงอย่างมีนัยสําคัญ โดย AMY จะย่อยสลาย starch เพื่อเปลี่ยนเป็น glucose และ SPS จะนํา glucose มาใช้สังเคราะห์ sucrose เพื่อจะถูกลําเลียงต่อไปยังเปลือกไม่เข้าสู่กระบวนการสังเคราะห์น้ำยาง เห็นได้ว่าการทํางานของเอนไซม์มีความสัมพันธ์กับระดับของ sucrose ในขณะความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงปริมาณ starch ยังไม่มีแนวโน้มที่ชัดเจน