Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2554

การกระตุ้นความต้านทานโรคในพืชตระกูลแตงด้วยเชื้อราปฏิปักษ์

วีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริรัตน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2554

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษาการใช้เชื้อรา Trichoderma spp. ในการกระตุ้นความต้านทานโรคต้นแตกยางไหล ของแตงเทศ โดยนำเชื้อรา Trichoderma spp. จำนวน 15 ไอโซเลต ได้แก่ T1, T4, T9, T10, T13, T14, T17, T18, T19, T20, T21, T24, T25, T30 และ T35 ที่แยกได้จากดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาเลี้ยงเชื้อเพื่อเพิ่มปริมาณในวัสดุ 3 ชนิด ได้แก่ ข้าวฟ่าง, ข้าวหัก และแกลบผสมร่วมกับรำ (1:2 โดยปริมาตร) พบว่าเชื้อรา Trichoderma spp เจริญเติบโตและมีปริมาณสปอร์มากที่สุดในวัสดุแกลบผสมกับรำข้าว จากการทดสอบความสามารถในการยับยั้งของเชื้อรา Trichoderma spp. ต่อเชื้อราสาเหตุโรคต้นแตกยางไหลในห้องปฏิบัติการ พบว่าทุกไอโซเลตมีความสามารถยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา D. bryoniae โดยไอโซเลต T4, T13, T14, T17, T18, T21, T24, T25 และ T35 มีการเจริญของเส้นใย 70 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อรา D. bryoniae ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นได้นำหัวเชื้อรา Trichoderma spp. ทั้ง 15 ไอโซเลต มาผสมกับดินสำหรับปลูกแตงเทศก่อนปลูกเชื้อรา D. bryoniae พบว่า ต้นแตงเทศที่ปลูกด้วยเชื้อรา Trichoderma ไอโซเลต T10 มีขนาดความยาวเฉลี่ยของแผลบนใบเล็กที่สุดในสภาพเรือนทดลองและแปลงปลูกขนาดเล็กคือ 3.17 และ 2.25 มิลลิเมตร ลดการเกิดโรคได้มากถึง 80.36 และ 88.47 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนต้นแตงเทศที่ปลูกด้วยเชื้อรา Trichoderma ไอโซเลต T25 มีขนาดความยาวเฉลี่ยของแผลบนลำต้นน้อยที่สุดทั้งในสภาพเรือนทดลองและสภาพแปลงปลูก ได้แก่ 7.73 และ 9.12 มิลลิเมตร มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคลดลง 60.87 และ 35.77 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ จากการเปรียบเทียบการส่งเสริมการเจริญเติบโตของแตงเทศเมื่อปลูกเชื้อรา Trichoderma spp. ทั้ง 15 ไอโซเลต พบว่าไอโซเลต T1, T13, T14, T19 และ T24 สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตทำให้ต้นแตงเทศมีน้ำหนักต้นสดเพิ่มมากขึ้นโดยมีน้ำหนัก 29.70, 29.40, 29.58, 29.76 และ 29.73 กรัม ตามลำดับ ส่วนไอโซเลต T24 และ T25 ทำให้ต้นแตงเทศมีน้ำหนักรากสดเพิ่มมากขึ้นโดยมีน้ำหนัก 6.26 และ 5.41 กรัม ตามลำดับหลังจากได้ทำการชั่งน้ำหนักสดแล้วนำไปอบแห้งและนำมาชั่งน้ำหนักแห้ง พบว่าไอโซเลต T35 ทำให้ต้นมะเขือเทศมีน้ำหนักแห้งของลำต้นเพิ่มมากขึ้นโดยมีน้ำหนัก 3.02 กรัม และไอโซเลต T17, T18 และ T35 ทำให้ต้นมะเขือเทศมีน้ำหนักแห้งของรากเพิ่มมากขึ้นโดยมีน้ำหนัก 0.30, 0.32 และ 0.28 กรัม ตามลำดับ การตรวจสอบเปอร์เซ็นต์การครอบครองรากแตงเทศหลังจากการปลูกเชื้อ Trichoderma spp. 14 วัน พบว่าทุกกรรมวิธีมีเชื้อรา Trichoderma spp. ครอบครองอยู่บนผิวราก ระหว่าง 33.33-80.0 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะวิธีที่ใช้เชื้อรา T. virens (T35) มีเปอร์เซ็นต์การครอบครองรากแตงเทศได้ดี คือ 80.0 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาได้แก่ไอโซเลต T4, T14, T24 และ T25 ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์การครอบครองรากแตงเทศคือ 50.0%, 56.67%, 66.67% และ 60.0% ตามลำดับ จากการตรวจสอบประสิทธิภาพของเชื้อรา Trichoderma spp. ในการชักนำให้แตงเทศมีกิจกรรมของเอนไซม์ย่อยสลาย โดยได้ตรวจวัดกิจกรรมของเอนไซม์ย่อยสลายที่แตงเทศถูกกระตุ้นโดยเชื้อรา Trichoderma spp. 3 ชนิดได้แก่ chitinase, ?-1,3-glucanase และ protease จากใบของต้นแตงเทศที่ปลูกในดินที่คลุกด้วยเชื้อรา Trichoderma spp. แล้วเก็บใบแตงเทศหลังจากปลูกเชื้อในวันที่ 0, 5, 10 และ 15 วัน เพื่อสกัดและตรวจวัดกิจกรรมของเอนไซม์ chitinase, ?-1,3-glucanase และ protease ในเชิงปริมาณ ผลการทดสอบพบว่าทุกเอนไซม์มีกิจกรรมของเอนไซม์เพิ่มมากสูงสุดในวันที่ 15 โดยพบว่าไอโซเลตที่ชักนำให้มีกิจกรรมของเอนไซม์ chitinase เรียงจากสูงไปต่ำ 3 ลำดับแรกได้แก่ ไอโซเลต T25, T10 และ T24 ซึ่งมีกิจกรรมของเอนไซม์ 7.43, 5.65 และ 5.43 ?mol(GlcNAc)/ mg protein /hr ตามลำดับ สำหรับกิจกรรมของเอนไซม์ ?-1,3-glucanase ได้แก่ ไอโซเลต T10, T13 และ T25 ซึ่งมีกิจกรรมของเอนไซม์ 3.28, 3.19 และ 3.13 ?mol(Glu)/mg protein/hr ซึ่งสามารถชักนำให้แตงเทศมีกิจกรรมของเอนไซม์เพิ่มขึ้นตามลำดับ ส่วนไอโซเลต T20, T24 และ T18 สามารถชักนำให้เกิดกิจกรรมของเอนไซม์ protease เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ปลูกเชื้อ Trichoderma spp. โดยมีกิจกรรมของเอนไซม์ 4.46, 4.44 และ 4.24 ?mol(tyrosine)/mg protein/hr ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma spp. ในการชักนำความต้านทานโรคต้นแตกยางไหล ซึ่งสามารถลดการเกิดโรคได้และยังส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นแตงเทศ นอกจากนี้ยังสามารถชักนำให้พืชชนิดอื่นสร้างเอนไซม์ย่อยสลายได้อีกหลายชนิด

คำสำคัญ

Fusarium wiltBiocontrol agentbioproductinduce resistanceLeaf diseasesmelon root-knot nematode

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การกระตุ้นความต้านทานโรคในพืชตระกูลแตงด้วยเชื้อราปฏิปักษ์

วีระศักดิ์ ศักดิ์ศิริรัตน์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2553

การคัดเลือกเชื้อราปฏิปักษ์ Trichoderma harzianum เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพสำหรับควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช

หฤษฎ์ นิ่มรักษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2561

.ความหลากชนิดของ Trichoderma และคุณสมบัติฤทธิ์ยับยั้งราโรคพืช.

กิ่งจันทน์ มะลิซ้อน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี พ.ศ. 2561

การตอบสนองต่อการคัดเลือกพันธุ์แบบหมู่ประยุกต์จำนวน 3 รอบ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อโรคใบหงิกเหลืองในประชากรแตงกวา

พลัง สุริหาร มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2557

การศึกษาหาแถบดีเอ็นเอที่สัมพันธ์ต่อลักษณะความต้านทานโรคเหี่ยวจากเชื้อ Ralstonia ในปทุมมา

ธีรนิติ พวงกฤษ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2564

การใช้ชีวภัณฑ์ทดแทนสารเคมีป้องกันกำจัดโรคเพื่อเพิ่มผลผลิตและ ลดต้นทุนในการผลิตข้าวที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารเสริมสุขภาพ

จินันทนา จอมดวง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พ.ศ. 2556

Assessment of genetic diversity and validating rust resistance gene sources using molecular markers in Wheat (Triticum aestivum L.)

พ.ศ. 2558

การทำแผนที่ยีนที่ควบคุมความต้านทานต่อโรคราสนิมในถั่วเหลืองเพื่อการปรับปรุงพันธุ์

ประกิจ สมท่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2562

การทดสอบใช้เชื้อราและสารสกัดจากเชื้อรา Trichoderma asperellum ในการต่อต้านเชื้อสาเหตุโรคเน่าดำของกล้วยไม้

ทวีทรัพย์ ไชยรักษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พ.ศ. 2562

การระบุตำแหน่งยีนต้านทานโรคราน้ำค้างในถั่วเหลือง

วราลักษณ์ เกษตรานันท์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559