กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษาคุณสมบัติการเป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราก่อโรคพืชของแบคทีเรียที่คัดเลือกได้จากดินในป่าชุมชน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ผลการศึกษาพบว่า สามารถคัดแยกแบคทีเรียที่ทนอุณหภูมิสูงได้ทั้งหมด 81 ไอโซเลต จากตัวอย่างดิน 12 ตัวอย่าง โดยเป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปร่างเป็นท่อน สร้างเอนโดสปอร์ มีขนาดเซลล์ในช่วง 2.20-3.60 x 5.40-12.40 ไมโครเมตร สามารถผลิตเอนไซม์ไคติเนสเบื้องต้นได้จำนวน 32 ไอโซเลต ซึ่งมีคุณสมบัติการเป็นปฏิปักษ์ต่อเชื้อราก่อโรคพืชที่แตกต่างกัน โดยแบคทีเรียไอโซเลต RMU-NK09, RMU-SWL06 และ RMU-NK08 มีเปอร์เซ็นต์การยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Alternaria brassicicola สูงสุด คือ 39.40, 39.39 และ 37.06 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ และ แบคทีเรียไอโซเลต RMU-NK08, RMU-NK20, RMU-SWL06 และ RMU-SWL27 มีเปอร์เซ็นต์การยับยั้งการเจริญของเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides สูงสุด คือ 40.04, 40.04, 39.33 และ 38.61 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ จากนั้นคัดเลือกแบคทีเรียปฏิปักษ์จำนวน 8 ไอโซเลตที่มีเปอร์เซ็นต์การยับยั้งเชื้อราก่อโรคพืชที่สูงมาทำการศึกษาประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อราและการจำแนกสายพันธุ์แบคทีเรียพบว่า แบคทีเรียปฏิปักษ์มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของเชื้อรา ก่อโรคพืชได้แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมีบริเวณยับยั้งการเจริญของเชื้อรา C.gloeosporioides และ A. brassicicola ในช่วง 13.50-24.75 มิลลิเมตร และ 9.17-20.50 มิลลิเมตร ตามลำดับ โดยแบคทีเรียปฏิปักษ์ไอโซเลต RMU-SWL27 และ RMU-NK03 สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา C. gloeosporioides ได้สูงสุด มีบริเวณยับยั้งเท่ากับ 24.75 และ 23.50 มิลลิเมตร ตามลำดับ และแบคทีเรียปฏิปักษ์ไอโซเลต RMU-NK03 สามารถยับยั้งการเจริญของเชื้อรา A. brassicicola ได้สูงสุด มีบริเวณยับยั้งเท่ากับ 20.50 มิลลิเมตร แบคทีเรียปฏิปักษ์ ไอโซเลต RMU-SWL27 และ RMU-NK03 สามารถผลิตเอนไซม์ไคติเนสได้ 47.34 และ 50.66 หน่วยต่อมิลลิลิตร ตามลำดับ เมื่อทดสอบคุณสมบัติทางชีวเคมี API 50 CHE และจำแนกสายพันธุ์แบคทีเรียปฏิปักษ์ด้วยการวิเคราะห์ลำดับเบส 16S rDNA พบว่าแบคทีเรียปฏิปักษ์ทั้ง 2 ไอโซเลตเป็นแบคทีเรียในสกุล Bacillus โดยแบคทีเรียไอโซเลต RMU-SWL27 และ RMU-NK03 เป็นแบคทีเรีย Bacillus thuringiensis IARI-IIWP-38 และ Bacillus thuringiensis MSP51 มีเปอร์เซ็นต์ความคล้ายคลึงเท่ากับ 99 และ 96 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ