การคัดเลือกแบคทีเรียส่งเสริมการเจริญของพืชและการผลิตรีคอมบิแนนท์เอนไซม์โปรตีเอสเพื่อการควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การคัดเลือกแบคทีเรีย PGPR (Plant Growth Promoting Rhizobacteria) ที่สามารถสร้างเอนไซม์โปรตีเอสทำลายตัวอ่อนระยะ J2 ของไส้เดือนฝอยรากปม Meloidogyne incognita โดยเก็บตัวอย่างดินบริเวณรอบรากมันสำปะหลังที่ไม่มีประวัติการเป็นโรครากปม ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จำนวนทั้งสิ้น 60 ตัวอย่าง นำมาคัดแยกแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติการส่งเสริมการเจริญของพืชได้แก่ phosphate solubilization assay, siderophore production และ protease activity พบแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติการส่งเสริมการเจริญของพืชและมีความสามารถในการสร้างเอนไซม์โปรตีเอส ทั้งสิ้น 17 ไอโซเลท นำมาสกัด Genomic DNA และเพิ่มปริมาณ DNA ส่วน Conserved region ของ 16S rRNA ด้วยเทคนิค PCR โดยใช้ไพรเมอร์ที่จำเพาะ นำไปวิเคราะห์ลำดับเบส เปรียบเทียบกับลำดับเบสอื่นๆในฐานข้อมูล GenBank ของ NCBI เลือกไอโซเลทที่สามารถสร้างเอนไซม์โปรตีเอสสูงสุด 2 ไอโซเลท ได้แก่ DK4 และ DK36 ซึ่งให้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของโซนใสบน skimmed milk agar 6.5 และ 6.2 ซม. ตามลำดับ และมีลำดับเบสคล้ายกับลำดับเบสของ Bacillus subtilis strain V26 และ Bacillus subtilis strain DL5-1 นำแต่ละไอโซเลทมาสกัด Genomic DNA และเพิ่มปริมาณยีนโปรตีเอส ขนาด 1,577 bp นำไปโคลนเข้าเวคเตอร์ pET30b แล้วนำเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้าน E. coli เพื่อชักนำให้เกิดการแสดงออก (expression) ผลการศึกษาพบว่า ไอโซเลท DK4 และ DK36 มีการแสดงออกของรีคอมบิแนนท์โปรตีนบน SDS - PAGE ขนาด 37 kDa เมื่อนำไปทดสอบกิจกรรมเอนไซม์โปรตีเอสในการไฮโดรไลส์เคซีน พบว่า มีกิจกรรมของเอนไซม์ โปรตีเอสที่ 151.83 และ 155.41 Uml-1 ตามลำดับ เมื่อนำรีคอมบิแนนท์โปรตีเอสมาศึกษาประสิทธิภาพของในการทำลายตัวอ่อนระยะ J2 พบร้อยละของการตายของตัวอ่อนระยะ J2 เท่ากับ 74 และ 75 ตามลำดับ