การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สารเร่งซุปเปอร์พด.3 (Trichoderma viridian และ Bacillus subtilis) จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ร่วมกับถ่านชีวภาพ เพื่อควบคุมโรคเหี่ยวของขมิ้นชัน ในดินกรด
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์สารเร่งซุปเปอร์พด.3 (Trichoderma viridian และ Bacillus subtilis) จุลินทรีย์ปฏิปักษ์ร่วมกับถ่านชีวภาพ เพื่อควบคุมโรคเหี่ยวของขมิ้นชัน ในดินกรด ดำเนินการที่ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ระหว่างปี พ.ศ. 2563-2566 ในกลุ่มชุดดินที่ 56 ชุดดินลาดหญ้า วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design (RCBD) ดำเนินการ 5 กรรมวิธี 4 ซ้ำ ประกอบด้วย ตำรับควบคุม ตำรับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 400 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับปุ๋ยหมักขยายเชื้อสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 อัตรา 200 กิโลกรัมต่อไร่ ตำรับถ่านชีวภาพแกลบ อัตรา 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยหมักขยายเชื้อสารเร่งซุปเปอร์พด.3 อัตรา 200 กิโลกรัมต่อไร่ และตำรับถ่านชีวภาพเปลือกทุเรียน อัตรา 3,000 กิโลกรัมต่อไร่ ร่วมกับปุ๋ยหมักขยายเชื้อสารเร่งซุปเปอร์พด.3 อัตรา 200 กิโลกรัมต่อไร่ ผลการศึกษาพบว่าสมบัติเคมีดินบางประการในทุกตำรับการทดลองมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ โดยค่า pH ของดินเฉลี่ยก่อนการทดลอง 4.98 เพิ่มขึ้นเป็น 7.17 และ 7.64 ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์เฉลี่ยก่อนการทดลอง 4.5 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม เพิ่มขึ้นเป็น 44.72 และ 46.79 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ร้อยละความอิ่มตัวด้วยเบสของดินเฉลี่ย 69.5 เพิ่มขึ้นเป็น 116.35 และ 145.15 ในปีที่ 1 และ 2 ด้านสมบัติกายภาพดินพบว่าตำรับใส่ถ่านชีวภาพเปลือกทุเรียนและตำรับใส่ถ่านชีวภาพแกลบมีเปอร์เซ็นต์การกระจายของขนาดเม็ดดินมากกว่า 2 มิลลิเมตร (29.86 และ 20.97) มากกว่าตำรับการทดลองอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.01 และทุกตำรับมีค่าความชื้นในดินเฉลี่ยก่อนการทดลอง 1.56 มิลลิโวลต์ เพิ่มขึ้นเป็น 15.19 และ 11.56 มิลลิโวลต์ ในปีที่ 1 และ 2 แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ด้านสมบัติชีวภาพพบว่าทุกตำรับมีปริมาณจุลินทรีย์ Bacillus sp. เฉลี่ย 9.6x104 เซลล์ต่อกรัมดินแห้ง ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ ด้านผลผลิตพบว่า ในปีที่ 2 ผลผลิตขมิ้นชันเฉลี่ย 498.11 กิโลกรัมต่อไร่ โดยตำรับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 400 กิโลกรัมต่อไร่ มีผลผลิตขมิ้นชันสูงสุด 868.97 กิโลกรัมต่อไร่ มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 และพบว่าตำรับถ่านชีวภาพเปลือกทุเรียนมีร้อยละโดยน้ำหนักของเคอร์คูมินอยด์ต่ำสุด 3.29 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น 0.05 ด้านผลตอบแทนทางเศรษฐกิจของผลผลิตขมิ้นชันพบว่าตำรับปุ๋ยอินทรีย์อัตรา 400 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุด โดยมีอัตราส่วนรายได้ต่อต้นทุน 2.00 ให้ผลตอบแทน 15,213.95 บาทต่อไร่