ศึกษาการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ควบคุมโรคโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii ของกุยช่าย ในพื้นที่จังหวัดลำปาง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษาการใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด. 3 ควบคุมโรคโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii ของกุยช่าย ในพื้นที่จังหวัดล าปาง เริ่มต้นเดือนตุลาคม 2556 สิ้นสุด เดือนกันยายน 2558 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของการควบคุมและลดความรุนแรงจากการเข้าท าลายของเชื้อรา S. rolfsii โดยการใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ในการควบคุมโรคโคนเน่าของกุยช่าย วางแผนการทดลองแบบRandomized Complete Block Design จำนวน 4 ซ้ า 6 วิธีการ ประกอบด้วย 1). แปลงควบคุม (ไม่มีการใส่เชื้อ Sclerotium rolfsii) 2). แปลงควบคุม (วิธีการเกษตรกรและใส่เชื้อ Sclerotium rolfsii +ควบคุมโรคโคนเน่าโดยใช้สารเคมี carboxin) 3). ใช้ปุ๋ยหมักที่ขยายเชื้อโดยสารเร่งซุปเปอร์ พด. 3 ที่อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ 4). ใช้เชื้อ Trichoderma ในรูปของเชื้อสดบนเมล็ดธัญพืช รองก้นหลุมก่อนปลูก ที่อัตรา 20 กรัมต่อต้น หรือ 50-100 กรัมต่อตารางเมตร 5). ใช้ชีวภัณฑ์เชื้อรา Trichoderma (ยูนิกรีน ยูเอ็น-1) รองก้นหลุมก่อนปลูก ที่อัตรา 20 กรัมต่อต้น หรือ 50-100 กรัมต่อตารางเมตร และ 6).ใช้ชีวภัณฑ์แบคทีเรีย Bacillus subtilis ที่อัตรา 40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรผลการทดลองพบว่า การประเมินความรุนแรงของโรคโคนเน่าของกุยช่าย ในวิธีการที่ 1 แปลงควบคุม (ไม่มีการใส่เชื้อ Sclerotium rolfsii) มีเปอร์เซ็นต์การเข้าท าลายของโรคน้อยที่สุด คือ 27.50 เปอร์เซ็นต์ และวิธีการที่มีแนวโน้มของเปอร์เซ็นต์การเข้าท าลายของโรคโคนเน่ามากที่สุด คือ วิธีการที่ 6 เท่ากับ 48.33 เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าการควบคุมโรคโคนเน่าของกุยช่าย เพื่อลดการแพร่ระบาดและความรุนแรงของโรคโดยวิธีการที่ 3 ที่ใช้สารเร่งซุปเปอร์ พด. 3 วิธีการที่ 4 ใช้เชื้อราTrichoderma ในรูปของเชื้อสด และวิธีการที่ 5 ใช้ชีวภัณฑ์เชื้อรา Trichoderma พบว่า มีเปอร์เซ็นต์การเข้าทำลายของโรคโคนเน่าของกุยช่ายไม่แตกต่างกันทางสถิติกับวิธีการของเกษตรกร ส่วนการศึกษาอัตราการเจริญเติบโตของกุยช่ายโดยการนับจ านวนต้นต่อกอและวัดความสูงของต้นในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิตกุยช่าย พบว่า ทุกวิธีการมีจ านวนต้นต่อกอและความสูงของต้นไม่แตกต่างกันทางสถิติ คือมีจำนวนต้นต่อกออยู่ในพิสัย 4.51-4.59 ต้นต่อกอ และมีความสูงของต้นอยู่ในพิสัย 18.61-18.88.เซนติเมตร ตามลำดับ