Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

ผลการทดลองใช้จุลินทรีย์ป้องกันโรครากเน่าและโคนเน่า(สารเร่งพด.3)ของผักชีฝรั่งในระบบเกษตรอินทรีย์ กลุ่มชุดดินที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์

ชัชชัย ถิ่นโพธิ์ทอง กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

จากการวิจัยผลการทดลองใช้จุลินทรีย์ป้องกันโรครากและโคนเน่า(สารเร่ง พด.3) ของผักชีฝรั่งในระบบเกษตรอินทรีย์กลุ่มชุดดินที่ 4 จังหวัดนครสวรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการถ่ายทดเทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดิน ศึกษาการเจริญเติบโตและการเปลี่ยนแปลงของคุณลักษณะของดินเมื่อมีการใช้สารเร่งพด.3 และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ โดยวางแผนการทดลองแบบสังเกตการณ์ ( Observation trial ) จำนวน 5 วิธีการ 2 ซ้ำ คือ วิธีการที่ 1 แปลงควบคุม วิธีการที่ 2 วิธีเกษตรกร วิธีการที่ 3 จุลินทรีย์ป้องกันโรครากและโคนเน่า(สารเร่งพด.3) + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (1:500) วิธีการที่ 4 จุลินทรีย์ป้องกันโรครากและโคนเน่า(สารเร่งพด.3) + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (1:500) + ปุ๋ยเคมี (1/2 ของเกษตรกร) วิธีการที่ 5 จุลินทรีย์ป้องกันโรครากและโคนเน่า(สารเร่งพด.3) + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (1:500) + ปุ๋ยเคมี ( 1/4 ของเกษตรกร) ผลการทดลองเฉลี่ย 3 ปีพบว่า วิธีการที่ 4 ให้น้ำหนักผลผลิตเฉลี่สูงสุด 1,440 กิโลกรัมต่อไร่ รองลงมาได้แก่ วิธีการที่ 2 5 และ 3 โดยให้น้ำหนักผลผลิตเฉลี่ย 1,360 1,347 และ 1,197 กิโลกรัมต่อไร่ ตามลำดับ ส่วนวิธีการที่ 1 แปลงควบคุม ให้ผลผลิตต่ำสุดเฉลี่ย 1,063 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตสูงสุดสูงกว่าผลผลิตต่ำสุดอยู่ 26.18 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางเคมีของดิน พบว่าดินมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยภาพรวมเมื่อเทียบกับดินก่อนการทดลอง สำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจพบว่า วิธีการที่ 4 จุลินทรีย์ป้องกันโรครากและโคนเน่า(สารเร่งพด.3) + ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (1:500) + ปุ๋ยเคมี (1/2 ของเกษตรกร) ให้ผลตอบแทนรายได้สูงสุด 17,590 บาทต่อไร่ ซึ่งเพิ่มจากวิธีการที่ 1 ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำสุด 12,010 บาทต่อไร่ เท่ากับ 5,580 บาทต่อไร่

คำสำคัญ

กลุ่มชุดดิน ( soil group )ปุ๋ยเคมี ( chemical fertilizer )ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ (liquid organic fertilizer)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การประยุกต์ใช้จุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงบำรุงดินเพื่อเพิ่มมวลชีวภาพของโสนอัฟริกันและผลผลิตข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในพื้นที่ดินเค็มน้อย

ไพรัช พงษ์วิเชียร กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2559

การจัดการเพิ่มมวลชีวภาพพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) ด้วยจุลินทรีย์สำหรับพืชปรับปรุงดิน พด. 11 ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 5 ในกลุ่มชุดดินที่ 35 (จังหวัดกำแพงเพชร)

วัชรา บัวพันธ์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พ.ศ. 2558

การส่งเสริมการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตของพืชสมุนไพรด้วยเชื้อจุลินทรีย์ในดิน

เนตรดารา จันทร์อุตส่าห์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พ.ศ. 2564

ผลของการใช้ปุ๋ยชีวภาพและการไม่ไถพรวนร่วมกับพืชคลุมดินเพื่อการผลิตข้าวโพดหวานพันธุ์ไฮบริกซ์ 3 บนชุดดินที่ 4 จังหวัดพิจิตร

ธิปไตย ไตรโภค สานักงานพัฒนาที่ดินเขต 8 พ.ศ. 2556

การใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับการใช้ปูนและจุลินทรีย์ควบคุมสาเหตุของโรคพืช เพื่อเพิ่มผลผลิตพริกขี้หนู ในกลุ่มชุดดินที่ 33

พัฒน์พงษ์ เกิดหลา กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2555

การพัฒนาชีวภัณฑ์จุลินทรีย์สำหรับการควบคุมโรคพืชที่ปนมากับดิน เพื่อใช้ในระบบเกษตรอินทรีย์

ศิริรัตน์ ศิริพรวิศาล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2556

ผลของจุลินทรีย์ พด.11 สำหรับปอเทือง ปุ๋ยหมัก และเชื้อควบคุมสาเหตุโรครากเน่าโคนเน่าซุปเปอร์ พด.3 ต่อผลผลิต และคุณภาพในการเก็บรักษาของหอมแดง (กลุ่มชุดดินที่ 6)

ทรายแก้ว อนากาศ กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2555

ผลของจุลินทรีย์ พด.11 สำหรับปอเทือง ร่วมกับผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของข้าวพันธุ์ กข 21 ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

จันทนา ยะจา กรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2557

การคัดเลือกและการจัดจำแนกเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์บริเวณรากพริกและศึกษาเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องในการควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม

สรารี วีระวงศ์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2564

การตรวจหาจุลินทรีย์ในดินปลูกผักระบบเกษตรอินทรีย์

อภิศักดิ์ โพธิ์ปั้น สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พ.ศ. 2559