การวิเคราะห์พันธุกรรมของประชากรเชื้อมาลาเรียภายหลังการระบาดของโรคจากการบุกรุกพื้นที่ป่าในจังหวัดอุบลราชธานี
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การระบาดของโรคมาลาเรียที่เกิดขึ้นในจังหวัดอุบลราชธานีในปีพ.ศ. ๒๕๕๗ อันเนื่องจากประชาชนในพื้นที่ และบริเวณใกล้เคียงได้ลักลอบเข้าไปในบริเวณเขตป่าสงวนที่เป็นพรมแดนติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้จํานวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากเดิม ๑๐ เท่า ภายหลังจากที่มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการบุกรุกป่าสงวนอย่างเข้มงวดทําให้จํานวนผตู้ิดเชื้อมาลาเรียลดลงอย่างชัดเจนในปีต่อมา ในการศึกษานี้ได้ทําการวิเคราะห์การกระจายของชนิด และคุณลกษณะทางพันธุกรรมของเชื้อมาลาเรียที่เป็นสาเหตุดังกล่าวเพื่อให้ทราบถึงผลกระทบของการระบาดของโรคมาลาเรียต่อการเปลี่ยนแปลงประชากรของเชื้อมาลาเรีย โดยศึกษาจากตัวอย่างเลือดของผู้ป่วยที่มีไข้ และสงสัยว่าจะติดเชื้อมาลาเรียที่เก็บรวบรวมในปีพ.ศ. ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นช่วงก่อนการระบาดและในปี พ.ศ.๒๕๕๗ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาด และในปีพ.ศ. ๒๕๕๘ และ ๒๕๕๙ หลงการระบาดรวมจํานวน ๓,๓๑๙ ตัวอย่าง ผลการศึกษาพบตัวอย่างที่มีเชื้อมาลาเรีย ๑,๓๐๙ ตัวอย่างจากการตรวจหาเชื้อภายใต้กล้องจุลทรรศน์ และพบ ๑,๕๕๖ ตัวอยางจากการตรวจโดยอาศัยปฏิกิริยาลูกโซ่โพลิเมอเรส โดยเชื้อมาลาเรียชนิดพลาสโมเดียมฟัลซิปารั่มมีจํานวนมากกว่าพลาสโมเดียมไวแวกซ์ในช่วงก่อนการระบาด แต่ในช่วงที่มีการระบาด และภายหลังการระบาดกลับ พบการติดเชื้อพลาสโมเดียมไวแวกซ์มากกว่า เมื่อทําการวิเคราะห์ครอบคลุมตลอดยีน Pfkelch13 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดทางพันธุกรรมของการดื้อยาอาร์เท็มมิซินินของเชื้อพลาสโมเดียมฟัลซิปารั่มพบว่าร้อยละ ๘๑ ของจํานวนเชื้อที่วิเคราะห์ทั้งหมด ๑๕๐ ตัวอย่างมีการแทนที่ของกรดอะมิโนหลังโคดอนที่ ๔๔๐ และรอยละ ้ ๗๒ ของจํานวนเชื้อทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลงของกรดอะมิโนจากซีสเตอินเป็นฮีสติดีนในตําแหน่งโคดอนที่ ๕๘๐ ซึ่งตําแหน่งนี้ได้รับการตรวจสอบยืนยันทางห้องปฏิบัติการว่าเกี่ยวข้องกับการดื้อยาดังกล่าว เมื่อทําการวิเคราะห์ลําดับนิวคลีโอไทด์ในยีนที่สร้างธรอมโบสปอนดินรีเรทแอทฮีซีพโปรตีนของเชื้อพลาสโมเดียมไวแวกซ์พบการแทนทของลำดับนิวคลีโอไทด์ในบางตําแหน่งของยีนซึ่งสามารถจําแนกได้๒๙ รูปแบบ โดยรูปแบบที่พบมากมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลาของการระบาดและการแทนที่ของนิวคลีโอไทด์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในส่วนที่ ๒ และส่วนที่ ๔ ของยีนดังกล่าวและ ส่วนใหญ่พบการแทนที่ทที่ ําให้กรดอะมิโนเปลี่ยนชนิดอย่างเด่นชัดอันเป็นผลจากกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติในเชิงบวกคล้ายกับการศึกษาก่อนหน้านี้คณะผู้วจิัยจะทําการวิเคราะห์ลําดับนิวคลีโอไทด์ในยีนอื่นๆได้แก่ยีนที่สร้างเอปิคอลเม็มเบร็นโปรตีนชนิดที่ ๑ ของเชื้อพลาสโมเดียมไวแวกซ์รวมทั้งยีนที่สร้างเซอร์คัมสปอโรซอยต์โปรตีนและโปรตีนบนผิวเมอร์โรซอยต์ชนิดที่ ๑ ของเชื้อพลาสโมเดียมฟัลซิปารั่มในปีที่ ๒ ของโครงการวิจัยต่อไป