ความหลากหลายทางพันธุกรรมของเม็ดเลือดแดงที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อมาลาเรียในประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาดของโรคมาลาเรียในประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
เชื้อมาลาเรียเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนภายในเม็ดเลือดแดง การเข้าสู่เม็ดเลือดแดง การเจริญเติบโตภายเม็ดเลือด และการสร้างโปรตีนที่ผิวเม็ดเลือดแดงที่ติดเชื้อ มีผลต่อพยาธิสภาพและความรุนแรงของโรค ความหลากหลายทางพันธุกรรมของโฮสต์ที่สัมพันธ์กับความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติที่สามารถป้องกันการติดเชื้อหรือลดโอกาสการเกิดโรคที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้แบ่งกลุ่มประชากรออกเป็นกลุ่มที่ไวต่อการติดเชื้อและกลุ่มที่ทนต่อการติดเชื้อมาลาเรีย อีกทั้งยังสามารถนำมาเป็นแนวทางการรักษาและพัฒนายาหรือวัคซีนชนิดใหม่ได้ การศึกษานี้มีจุดประสงค์ เพื่อศึกษาหาความชุกของลักษณะทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดความหลากหลายของโปรตีนของเม็ดเลือดแดงที่มีผลต่อการติดเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพารัมและไวแวกซ์ในประชากรที่อาศัยในพื้นที่ระบาดของมาลาเรียในประเทศไทย ซึ่งดำเนินการศึกษาในประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาดของมาลาเรียตามแนวชายแดนไทย-พม่า (จังหวัดกาญจนบุรีและตาก) และพื้นที่ทางภาคใต้ของประเทศไทย (จังหวัดสงขลาและนราธิวาส) ทั้งคนไทยและต่างชาติ ตัวอย่างดีเอ็นเอของอาสาสมัครจะนำมาศึกษาลักษณะพันธุกรรมของหมู่เลือด MNS และซับไทป์ Miltenberger (Mia) โปรตีน FYA หรือ FYB โปรตีนฮีโมโกลบิน E และโปรตีน erythrocyte complement receptor 1 (e-CR1) การวิจัยนี้เก็บตัวอย่างจากอาสาสมัครได้ทั้งหมด 616 คน โดยแบ่งเป็นอาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรีย จำนวน 270 คน และไม่ติดเชื้อมาลาเรียจำนวน 346 คน อาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรียส่วนใหญ่มีเชื้อชาติพม่า เพศชาย ประกอบอาชีพเกษตรกร ในขณะที่อาสาสมัครที่ไม่ติดเชื้อมาลาเรียส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไทย เพศหญิง ประกอบอาชีพรับจ้าง การศึกษายีนที่แสดงออกเป็นโปรตีนหมู่เลือด MN พบว่า อาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรียซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อชาติพม่า มียีน MM มากที่สุด (61.1 เปอร์เซนต์) ในขณะที่อาสาสมัครที่ไม่ติดเชื้อมาลาเรียซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไทย มียีนที่แสดงออกเป็นโปรตีน MM เท่ากับ 46.5 เปอร์เซนต์ ซึ่งใกล้เคียงกับ MN (42.4 เปอร์เซนต์) ส่วนการศึกษาความชุกของหมู่เลือด MNS ซับไทป์ Miltenburger (Mia) พบว่าสัดส่วนความหลากหลายลักษณะต่างๆ ในอาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรียและไม่ติดเชื้อมาลาเรียไม่แตกต่างกัน การศึกษาความชุกของยีนที่แสดงออกเป็น Duffy antigen receptor for chemokines (DARC) พบว่า อาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรียส่วนใหญ่มียีนที่แสดงออกเป็นหมู่เลือดดัฟฟี่แบบ Fy(a+b-) ที่ไม่มีการกลายพันธุ์ของ promotor (76.1 เปอร์เซนต์) ส่วนอาสาสมัครที่ไม่ติดเชื้อมาลาเรียมีสัดส่วนของจีโนไทป์ดังกล่าวน้อยกว่ากลุ่มที่ติดเชื้อมาลาเรีย ซึ่งเท่ากับ 46.9 เปอร์เซนต์ รวมทั้งมีลักษณะความหลากหลายของยีนมากกว่า ส่วนการศึกษาความชุกของฮีโมโกลบิน E พบว่า สัดส่วนของผู้ที่ติดเชื้อมาลาเรียที่เป็นพาหะฮีโมโกลบิน E (EA) และฮีโมโกลบิน E (EE) เท่ากับ 15.4 และ 0.5 เปอร์เซนต์ ตามลำดับ ซึ่งสัมพันธ์กับความชุกที่พบในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและตาก อย่างไรก็ตาม อาสาสมัครที่ไม่ติดเชื้อมาลาเรียที่เป็นพาหะฮีโมโกลบิน E (EA) มีเพียง 6.4 เปอร์เซนต์ และไม่พบผู้ที่เป็นฮีโมโกลบิน E (EE) สำหรับการศึกษาความหลากหลายของยีน CR-1 ที่แสดงออกเป็นโปรตีน CR-1 ขนาดต่างๆ จากการจับคู่ระหว่างยีนที่มีการแสดงออกมาก (H) กับ ยีนที่กำหนดให้มีการแสดงออกของโปรตีนในระดับต่ำ (L) พบว่า อาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรียส่วนใหญ่มียีน CR-1 ที่ควบคุมการแสดงออกของโปรตีน CR-1 ขนาดปานกลาง (HL) โดยมีความชุก 43.8 เปอร์เซนต์ แต่อาสาสมัครที่ไม่ติดเชื้อมาลาเรียมีสัดส่วนของยีน CR-1 ที่ควบคุมการแสดงออกของโปรตีน CR-1 ขนาดใหญ่ (HH) ปานกลาง (HL) และเล็ก (LL) ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ การศึกษาความหลากหลายของยีน CR-1 ตำแหน่ง 981 พบว่าสัดส่วนความหลากหลายทางพันธุกรรมลักษณะต่างๆ ในอาสาสมัครที่ติดเชื้อมาลาเรียและไม่ติดเชื้อมาลาเรียไม่แตกต่างกัน จากผลการศึกษานี้สรุปได้ว่า ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ระบาดของโรคมาลาเรียทั้งในพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า และพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยส่วนใหญ่มีลักษณะพันธุกรรมที่เอื้อต่อการติดเชื้อมาลาเรีย เช่น แอนติเจน MM หมู่เลือด MNS ซับไทป์ Miltenburger (Mia) แอนติเจน Fy(a+b-) และการมีฮีโมโกลบินปกติ (AA2) ซึ่งมีคุณภาพเพียงพอที่จะทำให้เชื้อมาลาเรียเจริญเติบโตได้ และไม่มีผลป้องกันการติดเชื้อมาลาเรีย นอกจากนี้ โปรตีน CR-1 บนผิวเม็ดเลือดแดงมีขนาดและลักษณะที่สามารถทำให้เกิดพยาธิสภาพของโรคมาลาเรียได้ ดังนั้น ประชากรที่อาศัยในพื้นที่นี้ ควรป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด เมื่อจำเป็นต้องเดินทางเข้าพื้นที่ระบาดของโรคมาลาเรีย และควรได้รับความรู้เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ส่งเสริมให้เกิดการติดเชื้อมาลาเรีย