ปฏิกิริยาทางเภสัชจลนศาสตร์ระหว่างกันและเภสัชพันธุศาสตร์ของยาต้านมาลาเรียและยาต้านไวรัสเอชไอวีกลุ่มยับยั้งโปรตีนเมื่อได้รับร่วมกันในอาสาสมัครชาวไทยที่มีสุขภาพสมบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ในภูมิภาคที่เป็นแหล่งระบาดของโรคมาลาเรียนั้นผู้ป่วยส่วนหนึ่งมีการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (human immunodeficiency virus infection: HIV) การศึกษาที่ผ่านมาพบว่าทั้งสองโรคนี้ มีปฏิริยาระหว่างกันทั้งในแง่การเกิดพยาธิสภาพและความรุนแรง รวมทั้งเภสัชจลนศาสตร์ และเภสัชพลศาสตร์ของยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษา วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยคือ 1) การศึกษาความชุกของการติดเชื้อร่วมกันในพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรียแถบชายแดนไทย-พม่า และไทย-กัมพูชา 2) ศึกษาปฏิกิริยาทางเภสัชจลศาสตร์ ระหว่างยาผสมอาร์ติซูเนต-เมฟโฟควิน และควินิน เมื่อให้ร่วมกับยาโลพินาเวียร์/ไรโทนาเวียร์ ในอาสาสมัครชาวไทยที่มีสุขภาพสมบูรณ์ และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรมของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงยาอาร์ติซูเนต-เมฟโฟควิน และควินิน และผลการรักษาในผู้ป่วยมาลาเรียฟัลซิฟารัมชนิดไม่รุนแรง ผลการศึกษาพบว่าความชุกของการติดเชื้อร่วมกันในพื้นที่การระบาดของโรคมาลาเรียแถบชายแดนไทย-พม่า และไทย-กัมพูชา โดยเฉลี่ยเป็น ร้อยละ 1.85 โดยพบการติดเชื้อเอชไอวีเฉพาะในผู้ป่วยที่ติดเชื้อมาลาเรียชนิดฟัลซิพารัม หรือ ไวแวกซ์เพียงชนิดเดียว (ร้อยละ 0.81 และ 1.04 ตามล้าดับ) ส่วนการศึกษาปฏิกิริยาทางเภสัชจลศาสตร์ ระหว่างยาผสมอาร์ติซูเนต-เมฟโฟควิน และควินิน เมื่อให้ร่วมกับยาโลพินาเวียร์/ไรโทนาเวียร์ ในอาสาสมัครชาวไทยที่มีสุขภาพสมบูรณ์ พบว่าทั้งยาต้านมาลาเรีย (ควินิน และเมตาบอไลต์คือ 3-ฮัยดร็อกซี่ควินิน เมโฟลควิน และ อาร์ติซูเนต และเมตาบอไลต์คือ ไดฮัยโดรอาร์ติมิซินิน) และยาต้านเอชไอวี (โลปินาเวียร์ และไรโตนาเวีย์) ทุกชนิดมีการเปลี่ยนแปลงเภสัชจลนศาสตร์อย่างชัดเจนเมื่อให้ร่วมกัน ซึ่งอาจเกิดจากปฏิกิริยาที่ระดับเอนไซม์ที่ใช้เปลี่ยนแปลงยา โปรตีนขนส่ง และ การจับกับโปรตีนในเลือด การลดลงของระดับยาในเลือกอย่างมีนัยส้าคัญอาจส่งผลต่อการรักษาในผู้ป่วยที่ติดเชื้อร่วมกัน ซึ่งจะต้องมีการยืนยันในผู้ป่วยต่อไป การศึกษาเภสัชพันธุศาสตร์ในเบื้องต้นพบความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรมของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงยาอาร์ติซูเนต-เมฟโฟควิน (CYP2A6 และ CYP2B6) และผลการรักษาในผู้ป่วยมาลาเรียฟัลซิฟารัมชนิดไม่รุนแรงซึ่งจะต้องมีการยืนยันในผู้ป่วยจำนวนมากต่อไป