Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2560

การศึกษาเภสัชจลนศาสตร์ประชากร-เภสัชพันธุศาสตร์ของยาเอทาซานาเวียร์/ริโทนาเวียร์เพื่อหาขนาดยาที่เหมาะสมในผู้ป่วยไทยติดเชื้อเอชไอวี

บราลี ปัญญาวุธโธ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยไทยมีค่าพารามิเตอร์ทางเภสัชจลนศาสตร์ของยา atazanavir (ATV) แตกต่างจากประชากรเชื้อชาติอื่น นอกจากนี้ยังพบว่า การใช้ยา ritonavir-boosted atazanavir (ATV/r) ในขนาดต่่ากว่าขนาดที่แนะน่า (200 มิลลิกรัม/100 มิลลิกรัม) ในผู้ป่วยไทย ให้ระดับยา ATV ในเลือดใกล้เคียงกับเมื่อให้ยาในขนาดแนะน่า (300 มิลลิกรัม/100 มิลลิกรัม) ในผู้ป่วยผิวขาว แต่พบการเกิดอาการข้างเคียงจากยาลดลงอย่างมีนัยส่าคัญ นอกจากนี้ยังพบว่า ATV เป็นยาที่มีความผันแปรของระดับยาในเลือดสูง ดังนั้นการศึกษาปัจจัยทั้งที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยา ATV/r จึงมีความส่าคัญในการน่ามาใช้เพื่อพิจารณาหาขนาดยา ATV/r ที่เหมาะสม ดังนั้นจึงท่าการศึกษาปัจจัยทั้งที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและไม่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่ส่งผลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยา ATV/r โดยใช้วิธีทางเภสัชจลนศาสตร์ประชากร ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยไทยติดเชื้อ HIV มีค่า CL/F ประมาณ 6.1 L/hr ซึ่งต่่ากว่าค่าที่ประมาณได้ในประชากรเชื้อชาติอื่น และพบว่า CYP3A5*3, ระดับยา RTV, และเพศ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อเภสัชจลนศาสตร์ของยา ATV ผลการศึกษาที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาปรับขนาดยา ATV/r ในผู้ป่วยไทยติดเชื้อเอชไอวีต่อไป

คำสำคัญ

Population pharmacokineticsเภสัชพันธุศาสตร์Pharmacogeneticsเภสัชจลนศาสตร์ประชากรOptimal doseผู้ป่วยไทยติดเชื้อเอชไอวีAtazanavir/ritonavirThai-HIV infected patientsขนาดยาที่เหมาะสมเอทาซานาเวียร์/ริโทนาเวียร์

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาทางด้านเภสัชจลนศาสตร์ ประสิทธิผล ความปลอดภัย และความทนทานต่อยาโลพินาเวียร์/ยาริโทนาเวียร์ขนาดมาตรฐานร่วมกับยาไรฟาบูตินขนาด 150 มิลลิกรัมต่อวัน (ขนาดมาตรฐาน) หรือขนาด 300 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (ขนาดต่ำ) ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นวัณโรค

ผศ.นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2560

การศึกษาทางด้านเภสัชจลนศาสตร์ ประสิทธิผล ความปลอดภัย และความทนทานต่อยาโลพินาเวียร์/ยาริโทนาเวียร์ขนาดมาตรฐานร่วมกับยาไรฟาบูตินขนาด 150 มิลลิกรัมต่อวัน (ขนาดมาตรฐาน) หรือขนาด 300 มิลลิกรัม 3 ครั้งต่อสัปดาห์ (ขนาดต่ำ) ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีที่เป็นวัณโรค

กมล แก้วกิติณรงค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การศึกษาวิจัยเปรียบเทียบผลการรักษาระหว่างกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยา Efavirenz-based ตั้งแต่เริ่มต้นกับกลุ่มผู้ป่วยที่ได้ยา Efavirenz-based และมีประวัติการแพ้ยา nevirapine มาก่อน

กฤตเตโช สิริภัสสร กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2553

การพัฒนาสูตรการคํานวณขนาดยาวาร์ฟารินโดยอาศัยข้อมูลทางทางคลินิกและพันธุกรรมในผู้ป่วยชาวไทย

นิตย์สุภา วัฒนชัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

Center33การศึกษานําาร่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาโลปินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ขนาดมาตรฐาน ร่วมกับยานอนนิวคลิโอไซด์รีซิสเทนหนึ่งตัวและยานิวคลิโอไซด์รีซิสเทนหนึ่งตัวในผู้ป่วยเอชไอวีผู้ใหญ่ที่คุมไวรัสได้ดี

มาลี เตชพรรุ่ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า พ.ศ. 2560

เภสัชจลนศาสตร์ของยาต้านไวรัสราลเทกราเวียร์ขนาดต่ำในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

จินตนาถ อนันต์วรณิชย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

ความชุกของการใช้ยาที่มีแนวโน้มเกิดปฏิกิริยาต่อกันระหว่างยาต้านไวรัสเอชไอวีกับยาอื่นๆในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ณ วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

ศิโรตม์ เหลืองศุภบูลย์ พ.ศ. 2562

การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้ยา Nevirapine ขนาด 400 มิลลิกรัมวันละครั้งในผู้ป่วยโรคติดเชื้อ เอชไอวีผู้ใหญ่ที่ควบคุมปริมาณไวรัสเอชไอวีได้ดีในโรงพยาบาลพระปกเกล้า

มาลี เตชพรรุ่ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า พ.ศ. 2563

การศึกษาชนิดสุ่มแบบเปิดเพื่อเปรียบเทียบยาต้านไวรัสสูตรที่มีอีฟาวิเรนซ์กับสูตร ที่มีเนวิราพีนในผู้ป่วยเอชไอวีที่กำลังได้รับยาไรแฟมปิซินร่วมด้วย

วีรวัฒน์ มโนสุทธิ สถาบันบำราศนราดูร พ.ศ. 2552

การศึกษาประสิทธิภาพของการใช้ยา Efavirenz 400 มิลลิกรัมร่วมกับยานิวคลีโอไซด์ 2 ชนิด ในผู้ป่วยเอชไอวีผู้ใหญ่ที่ควบคุมปริมาณเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ดีในโรงพยาบาลพระปกเกล้า

มาลี เตชพรรุ่ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า พ.ศ. 2562