Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2561

การศึกษาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตรวจการดื้อยาต้านเอชไอวีในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เริ่มการรักษาครั้งใหม่

อังสนา ภู่เผือกรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การกินยาต้านเอชไอวีอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี อย่างไรก็ตามผู้ติดเชื้อบางรายไม่สามารถติดตามการรักษาได้ตลอดทำให้เกิดการขาดยา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งผลต่อการดื้อยาต้านไวรัส การตรวจหาการดื้อยาต้านเอชไอวีวิธีมาตรฐานคือการตรวจรหัสพันธุกรรมที่สัมพันธ์กับการดื้อยาด้วยวิธีแซงเกอร์ ปัจจุบันมีการตรวจการดื้อยาต้านเอชไอวีด้วยวิธีการตรวจรหัสพันธุกรรมด้วยการตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมขั้นสูงมากขึ้น อย่างไรก็ตามการนำมาใช้ในคลินิกและข้อมูลที่สัมพันธ์กับการเลือกใช้ยาต้านเอชไอวียังมีจำกัด การศึกษานี้ได้ศึกษาระยะเวลาที่เหมาะสมในการตรวจหาการดื้อยาด้วยวิธีการตรวจรหัสพันธุกรรมด้วยการตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมขั้นสูงและแซงเกอร์ ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เริ่มการรักษาครั้งใหม่ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และวชิรพยาบาล โดยมีผู้เข้าร่วมการวิจัย 36 ราย เป็นผู้ชาย 22 ราย (ร้อยละ 61.1) โดยมีมัธยฐานของอายุ 36.5 (30-42) ปี มัธยฐานของระยะเวลาที่ขาดยา 1.5 (1.0-2.3) ปี มีประวัติเอชไอวีดื้อยา 6 ราย (ร้อยละ 16.7) ค่ามัธยฐานปริมาณไวรัสในเลือดก่อนการเริ่มยาต้านเอชไอวีครั้งใหม่ คือ 80,208 (27,027-320,063) ก๊อปปี้/มล. การตรวจหาการกลายพันธุ์หลักที่สัมพันธ์กับการดื้อยาต้านเอชไอวีก่อนการเริ่มยาต้านไวรัสครั้งใหม่ พบว่าการตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมขั้นสูงพบการกลายพันธุ์ 17 ราย (ร้อยละ 47.2) การตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมด้วยวิธีแซงเงอร์พบการกลายพันธุ์ 7 ราย (ร้อยละ 19.4) ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.002) หลังจากการเริ่มยาต้านไวรัสเดือนที่ 3 มีผู้ที่ตรวจปริมาณไวรัสได้น้อยกว่า 40 ก๊อปปี้/มล. 13 ราย (ร้อยละ 46.4) ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี 6 ราย (ร้อยละ 21.6) ที่พบปริมาณไวรัสในเลือดมากกว่า 1,000 ก๊อปปี้/มล. ในเดือนที่ 3 หลังเริ่มยาต้านเอชไอวีนั้น พบว่า 2 รายตรวจไม่พบการกลายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับการดื้อยาต้านเอชไอวี สำหรับอีก 4 รายที่พบการกลายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับการดื้อยาต้านเอชไอวีนั้น พบว่า 2 รายพบการกลายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับการดื้อยาต้านเอชไอวีใหม่ในเดือนที่ 3 หลังเริ่มยาต้านเอชไอวีครั้งใหม่ โดยไม่พบการกลายพันธุ์นี้จากการตรวจครั้งก่อน ๆ และอีก 2 รายพบการกลายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับการดื้อยาต้านเอชไอวีตั้งแต่ก่อนเริ่มยาต้านเอชไอวีครั้งใหม่ โดยสรุป จากผลการศึกษาพบว่าระยะที่เหมาะสมในการตรวจหาการดื้อยาต้านเอชไอวีในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เคยได้รับการรักษาด้วยยาต้านเอชไอวีแต่ขาดยาและเริ่มการรักษาครั้งใหม่ คือ 3 เดือนหลังเริ่มยาต้านเอชไอวี อย่างไรก็ตามการตรวจด้วยวิธีวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมขั้นสูงก่อนเริ่มการรักษาครั้งใหม่ในผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ขาดยาสามารถตรวจพบการกลายพันธุ์ที่สัมพันธ์กับการดื้อยาได้ และเมื่อประกอบกับข้อมูลการดื้อยาในอดีตอาจช่วยในการเลือกยาต้านสูตรใหม่ที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น

คำสำคัญ

Next-generation sequencingHIV drug resistanceSanger sequencingการดื้อยาต้านเอชไอวีการตรวจรหัสพันธุกรรมด้วยวิธีแซงเงอร์ตรวจรหัสพันธุกรรมโดยวิธีตรวจวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมขั้นสูง

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การติดตามความชุกเชื้อเอ็ชไอวีดื้อยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอ็ชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

สุรพล เกาะเรียนอุดม กรมควบคุมโรค พ.ศ. 2558

การตรวจหาเชื้อเอชไอวีดื้อต่อยา ต้านไวรัสและความสำคัญของ ฐานข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ผล

นิรชา อธิปัญญาศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

โครงการประเมินและติดตามเชื้อเอชไอวีดื้อยาปฐมภูมิในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

วราภรณ์ จรรยาประเสริฐ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2554

ACCURACY TESTING OF DEEP SEQUENCING FOR HIV-1 DRUG RESISTANCE TESTING IN THE QCMD 2015 ENVA HIV DRUG RESISTANCE TYPING

มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2559

พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ ผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสเอชไอวีสูตรดื้อยา

สุวรรณา บุญยะลีพรรณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2560

ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดื้อยาต้านไวรัสในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ในจังหวัดระยอง

กริษฐา หาญวารี พ.ศ. 2559

ตัวแบบทำนายประสิทธิผลการใช้ยาต้านไวรัสในผู้ติดเชิ้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ พื้นที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดขอนแก่น

ปิยธิดา ภูตาไชย พ.ศ. 2558

การศึกษาชนิดสุ่มแบบเปิดเพื่อเปรียบเทียบยาต้านไวรัสสูตรที่มีอีฟาวิเรนซ์กับสูตร ที่มีเนวิราพีนในผู้ป่วยเอชไอวีที่กำลังได้รับยาไรแฟมปิซินร่วมด้วย

วีรวัฒน์ มโนสุทธิ สถาบันบำราศนราดูร พ.ศ. 2552

ความสัมพันธ์ของความรู้เท่าทันทางด้านสุขภาพ และความรู้เกี่ยวกับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสกับความต่อเนื่อง สำเสมอในการรับประทานยาต้านไวรัสในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ชนัญญา คุ้มครอง มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557

การค้นหาแอปตาเมอร์ยับยั้ง HIV-1 รีเวิร์สทรานคริปเทสที่กลายพันธุ์ เพื่อเป็นยายับยั้งไวรัสตัวใหม่ และการตรวจจับการกลายพันธุ์

เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2557