Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การพัฒนาวิธี Oligonucleotide ligation assay สำหรับตรวจเชื้อไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์ CRF01_AE ที่กลายพันธุ์และดื้อต่อยาต้านไวรัสเอดส์

อุทัยวรรณ อุทัยพัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การศึกษานี้ได้ทำการพัฒนาและประเมินผลวิธี Oligonucleotide ligation assay ซึ่งอาศัยโพรบจำเพาะ เพื่อใช้เป็นวิธีตรวจเชื้อเอชไอวีที่ดื้อต่อยาต้านไวรัสที่เป็นสายพันธุ์ CRF01_AE ในการที่จะจำแนกเชื้อดื้อยาจากการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งกรดอะมิโนลำดับที่ 184 และ 103 ของเอนไซม์รีเวอร์สทรานสคริปเทสของเชื้อไวรัส (HIV-1 Reverse transcriptase)จึงได้ทำการหาสภาวะที่เหมาะสมคือ ความต้องการปริมาณโพรบ ปริมาณสารตั้งต้นที่เป็น template และปริมาณเอนไซม์ ligase ที่จำเป็นในปฎิกิริยา ซึ่งปริมาณสารตั้งต้นที่เป็น template ดังกล่าว มาจาก plasmid TOPO ที่ได้แทรกยีนส์ pol ของเชื้อไวรัสที่ทราบมาก่อนแล้วว่าเป็นเชื้อชนิดปกติหรือเชื้อที่มีการกลายพันธุ์ ส่วนโพรบจำเพาะที่สังเคราะห์ ได้จากการออกแบบโดยอาศัยข้อมูลลำดับเบสจากฐานข้อมูลสาธารณะและจากข้อมูลของนักวิจัยในโครงการ ในกรณีที่พบว่ามีความหลากหลายของเบส (polymorphism)ในบางตำแหน่งนั้น จะออกแบบให้เป็น degeneracy ของเบส ณ ตำแหน่งนั้น ในการตรวจหาความไวของวิธีการนี้ พบว่าสามารถตรวจเชื้อกลายพันธุ์ที่ดื้อยาได้ในหากปรากฎในระดับ 3% ถึง 5% ท่ามกลางเชื้อปกติ จากการนำวิธี OLA นี้ไปใช้ตรวจเชื้อกลายพันธุ์ที่ดื้อยาต้านไวรัสจากสิ่งส่งตรวจที่เก็บเก่า (จำนวนตัวอย่าง 40 ราย) เปรียบเทียบกับวิธีมาตรฐานการดูลำดับเบส โดยการตรวจเชื้อ 184V และ103N พบว่ามีร้อยละของความสอดคล้องกัน 75% (kappa statistic = 0.47) และ 87.5% (kappa statistic = 0.84) ตามลำดับ ผลจากการศึกษานี้ช่วยให้มีข้อมูลในการนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงวิธีการดังกล่าวในการตรวจการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งอื่นๆ รวมทั้งในการศึกษาต่อไปถึงศักยภาพของวิธีการดังกล่าวในการตรวจเชื้ออชไอวีในจากผู้ติดเชื้อ ที่เป็นการศึกษาแบบไปข้างหน้า

คำสำคัญ

HIV-1 CRF01_AEAIDS in Thailanddrug-resistant mutation detectionHIV-1 drug-resistant strainOligonucleotide ligation assay (OLA)

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การตรวจหาเชื้อไวรัส เอช ไอ วี สายพันธุ์ CRF01_AE ที่ดื้อต่อยา protease inhibitor โดยวิธี Multiplex Ligation-dependent Probe Amplification

นางสาวสุรางค์รัตน์ ศรีสุรภานนท์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2555

Optimizations of expression and purification of recombinant HIV-1 CRF01_AE p24 protein in Escherichia coli for development of immunodiagnostic assay

พ.ศ. 2558

การเปรียบเทียบเทคนิคสําหรับจําแนกประเภทยีนเชื้อเด็งกีไวรัสบนพื้นฐานโคดอนยูสเอส

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2560

ความถี่ของจีโนไทป์และอัลลีลของภาวะพหุสัณฐานของยีน ABCB1 และ SLCO1B1 ในผู้ป่วยไทยติดเชื้อเอชไอวี

ต่อศักดิ์ ปุณณุปูรต พ.ศ. 2561

กลไกในระดับโมเลกุลการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอนที่เกิดจากยีน Core, E2, NS5A, และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Peginterferon Alfa ร่วมกับยา Ribavirin

นิวัตน์ มณีกาญจน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การตรวจหาเชื้อเอชไอวีดื้อต่อยา ต้านไวรัสและความสำคัญของ ฐานข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ผล

นิรชา อธิปัญญาศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2561

กลไกในระดับโมเลกุลการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอนที่เกิดจากยีน Core, E2, NS5A, และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Peginterferon Alfa ร่วมกับยา Ribavirin

นิวัตน์ มณีกาญจน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

ความสัมพันธ์ระหว่างพันธุกรรมของแอนติเจนหมู่เลือดดัฟฟีต่อการติดเชื้อและความรุนแรงของโรคติดเชื้อเอชไอวี

สรายศ ร่าเริงใจ มหาวิทยาลัยพะเยา พ.ศ. 2561

การพัฒนาชุดทดสอบยีนแพ้ยาอะบาคาเวียร์

โกสุม จันทร์ศิริ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2564

การตรวจหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหม่สายพันธ์ 2009 ที่ดื้อยา oseltamivir โดย oligonucleotide probe

นางสาวสุรางค์รัตน์ ศรีสุรภานนท์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2554