Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

กลไกในระดับโมเลกุลการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอนที่เกิดจากยีน Core, E2, NS5A, และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Peginterferon Alfa ร่วมกับยา Ribavirin

นิวัตน์ มณีกาญจน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การกลายพันธุ์ภายในยีโนมของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (HCV) เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการตอบสนองต่อการรักษาด้วย Interferon (IFN) การศึกษานี้ได้วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างการกลายพันธุ์ภายในยีน E1/E2 และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี genotype ต่างๆ ได้แก่ 1a, 1b, 3a, 3b และ 6f กับผลการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีด้วย pegylated interferon-alpha (PEG-IFN-?) ร่วมกับยา ribavirin โดยทำการเพิ่มปริมาณยีน E1/E2 และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ที่แยกได้จากซีรัมของผู้ป่วย โดยวิธี nested RT-PCR และทำการถอดรหัสพันธุกรรมของยีน E1/E2 และ NS5B โดยวิธี direct sequencing แล้วนำรหัสพันธุกรรมนั้นไปแปลรหัสเป็นลำดับกรดอะมิโน แล้วนำไปเปรียบเทียบกับลำดับกรดอะมิโนของ consensus sequence ของเชื้อใน genotype เดียวกัน จากการวิเคราะห์พบว่า การกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนในโปรตีน E1/E2 ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี genotype 1b ในผู้ป่วย non-responders และrelapsers มีจำนวนต่ำกว่าในผู้ป่วย responders อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P = 0.040) อย่างไรก็ตามไม่พบความแตกต่างนี้ในเชื้อไวรัสตับอักเสบซี genotypes 1a, 3a, 3b และ6f นอกจากนี้ได้ทำการวิเคราะห์ลำดับกรดอะมิโนของโปรตีน E2 ในบริเวณที่เคยมีรายงานมาก่อนว่ามีบทบาทเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อการรักษาด้วย IFN ได้แก่ บริเวณที่เรียกว่า PePHD และ HVR ผลการศึกษาพบว่าการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนบริเวณ PePHD ไม่มีความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วย IFN และพบว่าการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนบริเวณ HVR1 และ HVR2 ของโปรตีน E2 ก็ไม่มีความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วย IFN เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามพบว่าการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนบริเวณ HVR3 ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี genotype 3a มีความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วย IFN โดยพบว่าการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนของไวรัสในผู้ป่วย responders มีจำนวนมากกว่าผู้ป่วย relapsers อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P = 0.043) รายงานนี้จึงนับเป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่า การกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนบริเวณ HVR3 ของเชื้อไวรัส genotype 3a มีความสัมพันธ์กับการ ตอบสนองต่อการรักษาด้วย IFN นอกจากนี้การศึกษานี้ได้ทำการวิเคราะห์กรดอะมิโนของโปรตีน E2 บริเวณที่ใช้จับกับ CD81 บนผิวเซลล์โฮส พบว่าการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนของไวรัส genotype 1b ในผู้ป่วย responders มีจำนวนสูงกว่าของไวรัสในผู้ป่วย non-responders และrelapsers อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P = 0.044) โดยสรุปข้อมูลแสดงให้เห็นว่าการเกิดการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนของโปรตีน E1/E2 มีความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วย PEG-IFN-? และยา ribavirin การวิเคราะห์ลำดับกรดอะมิโนของโปรตีน NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซี genotypes 1a, 1b, 3a และ3b พบว่าการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนของโปรตีน NS5B ของไวรัสในผู้ป่วย responders, non-responders และ relapsers ไม่มีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเมื่อทำการวิเคราะห์เฉพาะกรดอะมิโน 21 ตัวสุดท้ายด้านปลาย C-terminus ของโปรตีน NS5B ของเชื้อ genotype 3a พบข้อมูลที่น่าสนใจมากโดยพบว่าไวรัสจากผู้ป่วย relapsers จะไม่มีการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนบริเวณนี้เลย แต่ไวรัสส่วนใหญ่จากผู้ป่วย responders จะมีการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโน 1-3 ตำแหน่ง เป็นความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P = 0.010) ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าการเกิดการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโน 21 ตัวสุดท้ายด้านปลาย C-terminus ของโปรตีน NS5B อาจจะใช้เป็นค่าที่ใช้ในการทำนายผลการตอบสนองการรักษาล่วงหน้าได้ สรุปสุดท้าย การศึกษาในครั้งนี้ทำให้เข้าใจบทบาทของการกลายพันธุ์ของกรดอะมิโนของโปรตีน E1/E2 และ NS5B ของไวรัสตับอักเสบซี genotypes 1a, 1b, 3a, 3b และ 6f ในการตอบสนอง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วย IFN และยา ribavirin

คำสำคัญ

mutationการกลายพันธุ์Hepatitis C virusHCVไวรัสตับอักเสบซีInterferon resistanceการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอน

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

กลไกในระดับโมเลกุลการดื้อต่ออินเตอร์เฟียรอนที่เกิดจากยีน Core, E2, NS5A, และ NS5B ของเชื้อไวรัสตับอักเสบซีที่แยกได้จากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Peginterferon Alfa ร่วมกับยา Ribavirin

นิวัตน์ มณีกาญจน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2553

การศึกษาหน้าที่ของหน่วยควบคุมการแสดงออกของยีนในไวรัสตับอักเสบบีและการยับยั้งการแสดงออกของไวรัสยีนด้วยเทคนิค RNAi

ณัฐนันท์ ต.เทียนประเสริฐ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2554

การศึกษาพันธุกรรมของไวรัสตับอักเสบซีที่เกี่ยวข้องกับการดื้อต่อยาต้านไวรัสในผู้ป่วยชาวไทย

รุจิพัชร์ วสิษฐ์ธัญเกษม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2563

ความสัมพันธ์ของความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีนไซโตไคน์กับผลลัพธ์ของการติดเชื้อไวรัสตับบี

วัชนันท์ วงศ์เสนา มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2556

ความสัมพันธ์ของความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีนไซโตไคน์กับผลลัพธ์ของการติดเชื้อไวรัสตับบี

วัชนันท์ วงศ์เสนา มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2556

ความหลากหลายทางพันธุกรรมของยีนอินเตอร์ลิวคิน-6 ณ ตำแหน่ง -174 (G/C) กับผลลัพธ์ของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

วัชนันท์ วงศ์เสนา มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2559

โครงการ ผลของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีต่อการ แสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการออโตฟาจี

อิงอร กิมกง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2556

การผลิตโมโนโคนัลแอนติบอดีชนิดรีคอมบิแนนท์ที่จำเพาะต่อโปรตีนที่ไม่ใช่โครงสร้างของไวรัสเอนเทอโร ๗๑ เพื่อใช้เป็น เครื่องมือทางชีวภาพในการศึกษาพยาธิกำเนิดของโรคมือเท้าปากชนิดรุนแรง

จีระพงษ์ ทะนงศักดิ์ศรีกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

การตรวจหาเชื้อไวรัส เอช ไอ วี สายพันธุ์ CRF01_AE ที่ดื้อต่อยา protease inhibitor โดยวิธี Multiplex Ligation-dependent Probe Amplification

นางสาวสุรางค์รัตน์ ศรีสุรภานนท์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พ.ศ. 2555

การพัฒนาวิธี Oligonucleotide ligation assay สำหรับตรวจเชื้อไวรัสเอชไอวีสายพันธุ์ CRF01_AE ที่กลายพันธุ์และดื้อต่อยาต้านไวรัสเอดส์

อุทัยวรรณ อุทัยพัฒน์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552