การศึกษารูปแบบการเเสดงออกของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพิษต่อตับเนื่องจากการได้รับยาเนวิราพีนอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยและในเซลล์เพาะเลี้ยง HepG2
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ยาเนวิราพีนเป็นยาที่ใช้ร่วมในสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ที่มีประสิทธิผลสูงสุด (HAART) ในผู้ติดเชื้อเอชไอวี อย่างไรก็ตาม ยาต้านเอชไอวีมีผลข้างเคียงที่สำคัญคือ มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดความเป็นพิษต่อตับ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ผลของยาเนวิราพีนต่อเซลล์เพาะเลี้ยงตับ โดยติดตามการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนทั้งภายในเซลล์ และโปรตีนที่หลั่งออกมาภายนอกเซลล์ที่มีขนาดต่ำกว่า 10 kDa ซึ่งจะเป็นก้าวแรก ในการค้นหาโปรตีนบ่งชี้ความเป็นพิษต่อตับ นอกจากนี้ยังทำการศึกษาวิถีการเกิดพิษของยาเนวิราพีนที่นำไปสู่การตายของเซลล์ตับ จากการศึกษาผลของยาเนวิราพีนที่ทำให้เกิดพิษต่อเซลล์ HepG2 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และหาค่าความเข้มข้นของยาที่ทำให้เซลล์ตาย 50 เปอร์เซ็นต์มีค่า 819 uM ได้เพาะเลี้ยงเซลล์ในสภาวะที่มียาความเข้มข้นต่างๆ (0, 3.3, 10.1, 30.3, 91, 273 และ 819 uM) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เมื่อใช้เทคนิค LC-MS วิเคราะห์โปรตีนขนาด 10 kDa สามารถบ่งชี้โปรตีนที่หลั่งออกมาได้ 266 ชนิดและโปรตีนภายในเซลล์ 92 ชนิด มีโปรตีนที่พบทั้งในเซลล์ และหลั่งออกมานอกเซลล์ จำนวน 11 ชนิด ดังนั้นมีโปรตีนทั้งสิ้น 347 ชนิด ส่วนการศึกษาขบวนการตายของเซลล์โดยเทคนิค GeLC-MS วิเคราะห์ตัวอย่างเซลล์ที่เก็บจากสภาวะที่มียาในระดับ IC50 เป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่ามีโปรตีนจำนวน 739 ชนิดในเซลล์ และ 485 ชนิดที่หลั่งออกมา โดยมี 9 ชนิดที่พบทั้งภายในเซลล์ และหลั่งออกมานอกเซลล์ ดังนั้นมีโปรตีนทั้งสิ้น 1,215 ชนิด จากการย้อมสี AnnexinV-PI และวิเคราะห์ด้วยเครื่อง Flow cytometer โดยใช้เซลล์ที่ได้รับยาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับยามีเปอร์เซ็นต์การตายแบบ late apoptosis/secondary necrosis (18.12 +/- 6.91 %) เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (3.75 +/- 2.75 %) แสดงให้เห็นว่ายาเหนี่ยวนำให้เกิดการตายแบบทำลายตนเอง จากการวิเคราะห์เพื่อหาโปรตีนบ่งชี้ ไม่พบโปรตีนที่มีความสัมพันธ์กับยาเนวิราพีนทุกช่วงเวลา และทุกความเข้มข้น ไม่พบความแตกต่างของโปรตีนที่วิเคราะห์ทั้งแบบได้รับยาระยะสั้นและระยะยาว แสดงให้เห็นว่า ภาวะการเกิดพิษน่าจะมีความสัมพันธ์กับ secondary mechanism มากกว่าผลโดยตรงของยาที่มีต่อตับ นอกจากนี้อาจจะต้องทำการศึกษาในโปรตีนที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 kDa ส่วนผลการศึกษาจากขบวนการตายของเซลล์แสดงให้เห็นว่า ยาอาจเหนี่ยวนำการเกิด DNA damage และหยุดการเจริญเติบโตนำไปสู่การสื่อสัญญาณให้เซลล์ตายแบบทำลายตนเองผ่านทาง mitochondrial - mediated apoptosis pathway ในเซลล์ HepG2 การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึง ขบวนการที่อาจนำไปสู่การเกิดพิษ และการตายของเซลล์ตับ ตลอดจนแสดงถึง โปรตีนที่อาจใช้เป็นตัวบ่งชี้ภาวะความเป็นพิษต่อตับในอนาคต