Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2557

ผลของสารสกัดของทองพันชั่งต่อการสังเคราะห์โปรตีนทั้งหมดในเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสก่อโรคเริม ชนิดที่ 2

เบญจลักษณ์ ทองช่วย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2557

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

เช้ือไวรัสก่อโรคเริม ชนิดที่2 นบั เป็นสาเหตุหลกัของการติดเช้ือเริมบริเวณอวยัวะสืบพนัธุ์ซ่ึง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชากรและก่อใหเ้กิดปัญหาทางดา้นสาธารณสุขอยา่ งมาก ปัจจุบนั น้ีมี ยารักษาโรคเริมหลายชนิด อาทิเช่น อะไซโคลเวียร์เฟมไซโคลเวียร์และวาลาไซโคลเวียร์ซึ่งมีราคา สูงและก่อให้เกิดผลขา้งเคียงจากการใชย้าไดใ้นผปู้่วยที่มีระบบภูมิคุม้กนั บกพร่องและอาจก่อให้เกิด ปัญหาเกี่ยวกบัการด้ือยาและการติดเช้ือแบบเร้ือรังได้ซ่ึงในการศึกษาน้ีจะศึกษาฤทธ์ิตา้นไวรัสเริมท้งั ในสารสกดั หยาบและสารบริสุทธ์ิจากตน้ ทองพนั ชงั่ ผลการศึกษาพบว่าสารสกดั หยาบเมธานอลจาก ตน้ ทองพนั ชงั่ มีความเป็นพิษต่อเซลลใ์นระดบั ต่า และมีฤทธ์ิในการต้านไวรัสใน Vero เซลล์ ซึ่งมีค่า 50% cytotoxic dose (CD50) เท่ากบั 78.22 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรและมีค่า 50% effective dose (ED50) เท่ากบั 16.16 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร และสามารถยบัย้งัการติดเช้ือของไวรัสได้ร้อยละ 70.50 เมื่อ ทดสอบโดยวิธีพลาครีดักชัน นอกจากน้ียงัพบว่าสารบริสุทธ์ิ4 สาร ไดแ้ก่ rhinacanthinics A, B, C และ rhinacanthin C มีความเป็นพิษต่อเซลล์ในระดบั ต่า อีกท้งัสามารถตา้นไวรัสไดใ้นระดบั ปานกลางอย่างไรก็ตามการศึกษาผลของสารสกดัจากตน้ ทองพนั ชงั่ ต่อการแสดงออกของโปรตีนที่ หลงั่ ออกมานอกเซลล์โดยใชเ้ทคนิค2-dimensional gel electrophoresis (2-DE) ผลการศึกษาพบว่า พบจุดโปรตีนจ านวน 101 และ 74 จุด ที่มีการแสดงในกลุ่มเซลลค์วบคุม และกลุ่มเซลลท์ ี่มีการติดเช้ือ โรคเริมชนิดที่ 2 ตามล าดับ และยังพบจุดโปรตีน จ านวน 89 จุด ในกลุ่มเซลลต์ิดเช้ือโรคเริมชนิดที่2 ที่ได้รับสารสกดัเมธานอลจากต้นทองพนั ชงั่ ซ่ึงปรากฏในช่วงค่า pI 5-7 มีน้า หนกัโมเลกุลประมาณ 14-45 กิโลดาลตนั ท้งัน้ีการแสดงออกของโปรตีนจากน้า เล้ียงเซลลหลังจากการแยกแบบสองมิติแล้วพบว่ามีการลดลงของโปรตีนบางชนิดหลงัจากติดเช้ือโรคเริมชนิดที่2 ในขณะที่เมื่อไดร้ับสารสกดั เมธานอลจากตน้ ทองพนั ชงั่ พบว่ามีการโปรตีนบางชนิดเพิ่มข้ึน ไดแ้ก่actin-related protein T1และ myosin-Ib จากการหาความสัมพนัธ์ของโปรตีนดว้ยฐานขอ้ มูลสตริง พบว่าโปรตีนที่หลงั่ ออกมาน้นั มี ความเกี่ยวขอ้งกบัโปรตีนที่ทา หนา้ที่เป็นโครงสร้างของเซลล์อีกท้งัยงัพบโปรตีนจากไวรัส อาทิเช่น ดี เอนเอพอลิเมอเรส และ ไกลโคโปรตีนของไวรัส เป็ นต้น

คำสำคัญ

ProteomicsRhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz.2-dimensional electrophoresis (2-DE)Anti-herpes simplex virusHerpes simples virus type 2Rhinacanthus nasutus (Linn.) Kurz

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การทดสอบความเป็นพิษต่อเซลล์และผลการต้านไวรัสของสารเคอร์คูมินอยด์จากการสกัดจากขมิ้นชันต่อเชื้อพีอาร์อาร์เอสไวรัส

เปมิกา อนันธิกุลชัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2560

ฤทธิ์ต้านไวรัส กระตุ้นภูมิคุ้มกันและส่งเสริมสมรรถภาพการเจริญเติบโตของสารไมริเซตินในสุกร

วศิน เจริญตัณธนกุล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2567

ผลของสารสกัดหยาบจากใบมะไฟจีนต่อการยับยั้ง เชื้อไวรัสก่อโรคเริมชนิดที่ 1

พิบูรณ์ เหง้าณี มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2559

การผลิตโมโนโคลนอลแอนติบอดีต่อเชื้อทริสเตซาไวรัสสายพันธุ์ก่อโรครุนแรง

รัตนา สดุดี มหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ พ.ศ. 2554

ผลทางจลศาสตร์ของอินเตอร์เฟียรอนแลมป์ดาสามต่อซับเซลลูลาร์โปรตีนโปร์ไฟล์ในเซลล์ที่ถูกทรานสเฟคด้วยไวรัสตับอักเสบบี

ณัฎฐิยา หิรัญกาญจน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การแสดงออกของรีคอมบิแนนท์โปรตีนนอกของเชื้อไวรัสโรคขนและจงอยปากผิดปกติโดยใช้ระบบเชื้อยีสต์ Pichiapastoris

อดิศักดิ์ ส่งแจ้ง มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557

ฤทธิ์ต้านการอักเสบของสารสกัดเปลือกทองหลาง

อรุณพร อิฐรัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2559

การศึกษาความสัมพันธ์ ของระดับการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้อง กับระบบภูมิคุ้มกันกับความรุนแรง ของโรคติดเชื้อไวรัสเด็งกิว

กัญญา ศุภปีติพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

วิทยาการระบาดระดับโมเลกุลของไวรัสก่อโรคผ่านทางเดินอาหารในหอยกาบคู่

ลีรา กิตติกูล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2555

โครงการ ผลของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีต่อการ แสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องในกระบวนการออโตฟาจี

อิงอร กิมกง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2556