การศึกษาผลของสารสกัดหยาบจากสมุนไพรปัญจขันธ์ และพลูคาว ต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแสดงออกของยีนวิลม์ทูเมอร์วัน (WT1) ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยง
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
มะเร็งม็ดเลือดขาว หรือสิวคีเมียเป็นกลุ่มของโรคมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่มีอุบัติการณ์ แถะ อัตราการเสียชีวิตของของผู้ป่วยทั่วโลกที่ค่อนข้างสูง และพบว่ายืนวิสัมทูเมอร์วัน (พT!) เป็นยีนที่มี ระดับการแสดงออกอย่าง ดเลื่อดขาวตัวอ่อน การศึกษาจึงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาผลของสารสกัดหยาบจากปัญจขันธ์ และพลูดาว ต่อการเจริญเติบโต และการแสดงออกของยืน วิล์มทูเมอร์วันในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวเพาะเลี้ยง 4 ชนิดได้แก่ human erythroid lcukemia (K562), human promyclocytic leukemia (HL-60), human monocytic leukemia (U937), and human Iymphoblastic leukemia (Moi+) ไดยนำสารสกัดหยาบจากพืชสมุนไพร ทั้งสองชนิดที่สกัดด้วยน้ำคัม และ 95% เอทานอลที่ควา ามเข้มข้นต่างๆ ตั้งแต่ 0-800 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร (มg๓l.) มาศึกษาผลใน การแสดงความเป็นพิษต่อเซลล์ตัวยวิธี MTT asรมy แล้วนำคำความข้มขันที่ไม่แสดงความเป็นพิษต่อ เซลล์ (IC.) มาทำการศึกษาถึงผลของสารสกัดหยาบต่อระดับการแสดงออกของยืน WT! ด้วยวิชี reverse transeriptase polmerase chain reaction (RT-PCR) จากนั้นจึงนำสารสกัดหยาบที่ออกฤทธิ์ดี เข้มข้นของ ที่สุดมาทำการศึกษาต่อว่าฤทธิ์ในการยันชั่งการแสตงออกของยืน WT! สารสกัดและระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบหรือไม่ จากการศึกษาพบว่าสารสกัดหยาบจากปัญจขันธ์ และพลูตาวที่สกัดด้วย 9ร*ง เอทานอลสามารถขับยั้งการเจริญเดิบ โตของเซลล์ทั้ง 4 ชนิด โดยมีคำความ เข้มข้นที่สามารถยับ เจริญเติบโตของ ชลล์ได้ 50% (IC.ๆ) อยู่ระหว่าง 300-628 1g/ml. นอกจากนี้ ยังพบว่าสารสกัดหย วามเข้มข้นที่ไม่แสดงความเป็นพิษต่อเซลล์สามารถบยั้งการ แสดงออกของยืน WT1 ในเซลล์ทั้ง 4 4 ชนิด โดยเฉ ฉพาะในเซลล์ บ937 ที่พบว่าสารสกัดหยาบจากปีญจ จากปัญจขันธ์ที่คว ขันธ์ที่ความเข้มข้น 25 Hg/mI. สามารถลดระดับการแสดงออ ออกของยืน WT1 ได้เท่ากับ 25% เมื่อเทียบกับ กลุ่มควบคุม นอกจากนี้ยังพบว่าฤทธิ์ของสารสกัดหยาบจากสมุนไพรปัญจขันธ์ยังเพิ่มขึ้นต ตามความ ข้มขันของสารสกัด และระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบที่เพิ่มขึ้น โดยพบว่าที่ความเข้มข้น 30 และเวลา 72 ชั่โมง ให้ผลในการถตระดับการแสดงออกของยืน "7/ ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อ เทียบกับกลุ่มควบคุม จากการ ศึกษ ครั้งนี้ทำให้ได้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับฤทธิ์ของสารสกัคหยาบจาก สมุนไพรปัญจขันธ์ต่อระดับการ กของยืน พT! ในเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งต้องทำการศึกษา ต่อเพื่อพารารออกฤทธิ์สำคัญในสารสกัดจากสมุนไพรปัญจขันธ์ และศึกษากลไกการออกฤทธิ์ เพื่อ พัฒนาสารดังกล่าวมาใช้เป็นยาเดมีบำบัคสำหรับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวต่อไปในอนาคต Mg/mL