ฤทธิ์ต้านมะเร็งและความเป็นพิษต่อเซลล์ปกติของสารสกัดและผลิตภัณฑ์ทันสมัยของพืชในวงศ์ Zingiberaceae
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการศึกษาผลความเป็นพิษของสารสกัดแยกส่วนจากสมุนไพรในวงศ์ Zingiberaceae ต่อเซลล์มะเร็งชนิด KG-1a, A549, MCF-7, HeLa และ RAW264.7 โดยวิธี MTT นอกจากนี้ยังได้ศึกษาในเซลล์เม็ดเลือดขาวปกติชนิดนิวเคลียสเดี่ยว (peripheral mononuclear cells; PBMCs) ร่วมด้วย โดยได้ทำการศึกษาผลความเป็นพิษของสารสกัดจากขิง ขมิ้นชัน ขมิ้นขาว ข่า และไพลดำ ที่สกัดด้วย hexane, ethyl acetate และ ethanol รวมทั้งหมด 15 ตัวอย่าง จากการศึกษาพบว่าสารที่มีความสามารถทำลายเซลล์ KG-1a, A549 และMCF-7 ได้ดีที่สุดคือสารสกัดแยกส่วน hexane ของข่า โดยมีค่า IC50 (ค่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ได้ร้อยละ 50 ของเซลล์ทั้งหมด) เท่ากับ 7.57?0.98, 8.44?0.19 และ 3.21?0.16 ?g/mL ตามลำดับ สารที่มีความสามารถทำลายเซลล์ HeLa ได้ดีที่สุดคือสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นชัน โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 11.53?0.78 ?g/mL ส่วนสารที่มีความเป็นพิษต่อเซลล์ RAW264.7 และ PBMCs มากที่สุดคือ สารสกัดแยกส่วน hexane ของข่าและขมิ้นชัน โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.87?0.08 และ 8.00?2.35 ?g/mL ตามลำดับ สารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขิงและขมิ้นชันได้นำมาศึกษาต่อในผลการแสดงออกโปรตีน WT1 และการเจริญเติบโตของเซลล์ KG-1a เปรียบเทียบกับสารสกัดหยาบ ethanol โดยพบว่า สารสกัดหยาบแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นชัน สามารถลดการแสดงออกของโปรตีน WT1 และลดปริมาณเซลล์ทั้งหมดในเซลล์ KG-1a ได้ดีที่สุด โดยสามารถลดการแสดงออกของโปรตีน WT1 ได้ 17.04?1.42% และลดจำนวนเซลล์ได้ 30.28?3.36% จากการศึกษาคุณสมบัติการป้องกันมะเร็ง (cancer prevention) ของสารสกัดต่าง ๆ เมื่อทำการกระตุ้นเซลล์ RAW264.7 ด้วย LPS และเพาะเลี้ยงเซลล์ร่วมกับสารสกัดต่าง ๆ เพื่อวัด TNF-? พบว่าสารที่ให้ฤทธิ์ยับยั้งการหลั่ง TNF-? ดีสุดคือสารสกัดหยาบแยกส่วน ethyl acetate ของขิง โดยเป็นฤทธิ์ยับยั้งถึง 51.19?3.55% ส่วนผลการยับยั้งการหลั่ง NO ในเซลล์ RAW264.7 พบว่า สารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของข่า ให้ผลยับยั้งดีที่สุด โดยยับยั้งได้ 65.95% ในขณะที่ crude ethanolic extract ของขิง, สารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขิง, สารสกัดแยกส่วน hexane ของขมิ้นขาว, สารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นขาว และ สารสกัดแยกส่วน hexane ของไพลดำ สามารถยับยั้ง IL-2 ในเซลล์ PBMCs ได้ดีที่สุด โดยสามารถยับยั้งได้ 59.78?7.58, 55.16?4.77, 52.97?5.83, 60.84?7.70 และ 59.60?6.21% ตามลำดับ หลังจากนั้นได้ทำการพัฒนาตำรับอนุภาคนาโนที่บรรจุสารสกัดหยาบแยกส่วน ซึ่งประกอบด้วยตำรับนาโนอิมัลชันของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขิง (NE-EA-ZO), ตำรับไมโครอิมัลชันของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขิง (ME-EA-ZO), ตำรับนาโนอิมัลเจลของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขิง (NG-EA-ZO), ตำรับไมโครอิมัลเจลของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขิง (MG-EA-ZO), ตำรับนาโนอิมัลชันของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นชัน (NE-EA-CL), ตำรับไมโครอิมัลชันของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นชัน (ME-EA-CL), ตำรับนาโนอิมัลเจลของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นชัน (NG-EA-CL) และ ตำรับไมโครอิมัลเจลของสารสกัดแยกส่วน ethyl acetate ของขมิ้นชัน (MG-EA-CL) เมื่อทำการทดสอบผลของอนุภาคนาโนต่อเซลล์มะเร็งชนิดต่าง ๆ ด้วยวิธี MTT ทั้งหมดสามครั้งที่เวลาแตกต่างกัน ผลการศึกษาพบว่าอนุภาคนาโนทุกตำรับให้ผลความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งได้ดี และมีความเป็นพิษต่อเซลล์ PBMCs ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเซลล์มะเร็ง และเมื่อทำการศึกษาคุณสมบัติฤทธิ์ป้องกันมะเร็งของอนุภาคนาโนที่พัฒนาขึ้นพบว่า NE-EA-CL ให้ผลยับยั้งการหลั่ง TNF- ? และ IL-2 ได้ดีที่สุด โดยสามารถยับยั้งได้ 66.34?1.39 และ 86.09?6.41% ตามลำดับ