Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2552

การศึกษาลักษณะการแสดงออกของโปรตีนในเซลล์เพาะเลี้ยงที-ลิมโฟไซด์ด้วยเทคนิค proteomics ในสภาวะที่ได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีจีพีโอเวียร์แซดต้นแบบชนิดเดี่ยว 3 ชนิด

จีรัง ว่องตระกูล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

การรักษาผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ด้วยการใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวี Highly Active Antiretroviral Therapy (HAART) ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อเนื่องจากปริมาณไวรัส ในพลาสมาที่ลดลงอย่างมากรวมทั้งการเพิ่มจำนวน peripheral CD4+ T cells ที่ไม่ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามการใช้ยาดังกล่าวยังมีปัญหาสำคัญเนื่องจากเชื้อไวรัสมีการกลายพันธุ์ได้เร็วมาก จึงนำไปสู่การปรับสูตรยาต้านไวรัสมาโดยตลอด งานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายในการนำเทคนิคทาง โปรติโอมิกส์มาประยุกต์ใช้เพื่อศึกษารูปเเบบการเเสดงออกของโปรตีนที่ตอบสนองต่อยาจีพีโอ เวียร์แซดซึ่งเป็นยาสูตรที่สองที่ใช้ในโรงพยาบาล คณะผู้วิจัยใช้เซลล์เพาะเลี้ยงที-ลิมโฟไซต์ (Jurkat) ในสภาวะปราศจากการติดเชื้อโดยตรวจสอบเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดของเซลล์เมื่อได้รับ ยาต้านไวรัสสามชนิดที่เป็นองค์ประกอบของจีพีโอเวียร์แซดได้เเก่ Zidovudine (AZT), Lamivudine (3TC) และ Nevirapine (NVP) ด้วยเทคนิค MTS assay และตรวจสอบอัตราการ ตายเเบบอะพอพโทสิสด้วยการตรวจสอบการทำงานของเอนไซม์ caspase-3 ด้วยเทคนิค colorimetric เปรียบเทียบระหว่างเซลล์เพาะเลี้ยงที่ได้รับยากับเซลล์ที่ไม่ได้รับยา จากผลการ ทดลองพบว่าเซลล์ที่ได้รับยา AZT หรือ 3TC ที่ความเข้มข้น 0.001-100 ?M เป็นเวลา 48 ชั่วโมงมีเปอร์เซนต์รอดชีวิต 90-100% และ 75-95% ตามลำดับ ในขณะที่เซลล์ที่ได้รับยา NVP ที่ความเข้มข้น 0.01-100 ?M มีเปอร์เซ็นต์รอดชีวิต 60-90% เซลล์ที่ได้รับยา 100 ?M AZT พบว่าเซลล์มีการตายแบบอะพอพโทสิสสูงกว่าเซลล์เพาะเลี้ยงควบคุมอย่างมีนัยสำคัญที่ 48 ชั่วโมง (p=0.03) แต่ไม่พบความแตกต่างในเซลล์ที่ได้รับยา 100 ?M 3TC เปรียบเทียบกับเซลล์ ที่ไม่ได้รับยา นอกจากนี้ระดับ TNF-? และ IFN-? ที่เซลล์เพาะเลี้ยงหลั่งออกมาในอาหารเลี้ยง เซลล์ถูกตรวจสอบด้วยเทคนิค ELISA พบว่าไม่มีความแตกต่างระหว่างปริมาณไซโตไคน์จาก เซลล์เพาะเลี้ยงที่ได้รับยา 100 ?M AZT หรือ 100 ?M 3TC หรือ0.06 ?M NVP ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงเปรียบเทียบกับเซลล์เพาะเลี้ยงที่ไม่ได้รับยา สำหรับผลการศึกษารูปเเบบโปรตีนที่ สกัดได้จากเซลล์เพาะเลี้ยงด้วยเทคนิคโปรติโอมิกส์ไม่พบโปรตีนที่มีการแสดงออกเพิ่มขึ้นหรือ ลดลงจากเซลล์เพาะเลี้ยงที่ได้รับยาต้านไวรัส 0.1 ?M AZT หรือ 0.61 ?M 3TC หรือ 0.06 ?M NVP เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่ได้รับยา โดยสรุปผลการวิจัย ชี้แนะว่ายาต้านไวรัสเอชไอวีจีพีโอเวียร์แซดต้นแบบชนิดเดี่ยวทั้งสามชนิด (AZT/3TC/NVP) เมื่อใช้ในระดับที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้จริงในเซลล์เพาะเลี้ยงติดเชื้อ จะไม่มีผลชักนำให้เกิด การตายแบบทำลายตนเองของเซลล์เพาะเลี้ยงที-ลิมโฟไซต์ที่ไม่ติดเชื้อ รวมทั้งไม่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างโปรตีนและการทำหน้าที่ในการหลั่งไซโตไคน์ของ CD4+ T cell

คำสำคัญ

ยาต้านไวรัสเอชไอวีโปรติโอมิคส์Proteomics / CD4+ T lymphocytes /Antiretroviral Therapy (ART) / GPO-VIR Z250 (AZT+3TC+Nevirapine)เซลล์ที-ลิมโฟไซต์ยา3ทีซียาจีพีโอเวียร์แซดยาเนวิราปีนยาเอแซดที

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

บทบาทของทีเซลล์ต่อการวิวัฒนาการของเอชไอวี ข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์

ปกรัฐ หังสสูต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2553

การตอบสนองของทีเซลล์ต่อโปรตีนไออี-1 ของไซโตเมกาโลไวรัสในอาสาสมัคร และผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี

ปกรัฐ หังสสูต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2553

กลไกการทำงานที่หลากหลายของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันและการเกิดพยาธิสภาพในโรคติดเชื้อเอชไอวี (2) : งานวิจัยพื้นฐานสู่การประยุกต์ใช้

โกวิท พัฒนาปัญญาสัตย์ มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2555

โครงการ: การวิเคราะห์ระดับ T-cell receptor gene rearrangement excision circles ภายหลังได้รับ HAART ใน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี-1 ที่ติดและไม่ติดเชื้อฉวยโอกาส

สาคร พรประเสริฐ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2555

เภสัชจลนศาสตร์ของยาต้านไวรัสราลเทกราเวียร์ขนาดต่ำในผู้ติดเชื้อเอชไอวี

จินตนาถ อนันต์วรณิชย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2556

ฤทธิ์ต้านไวรัส กระตุ้นภูมิคุ้มกันและส่งเสริมสมรรถภาพการเจริญเติบโตของสารไมริเซตินในสุกร

วศิน เจริญตัณธนกุล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พ.ศ. 2567

Center33การศึกษานําาร่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้ยาโลปินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ขนาดมาตรฐาน ร่วมกับยานอนนิวคลิโอไซด์รีซิสเทนหนึ่งตัวและยานิวคลิโอไซด์รีซิสเทนหนึ่งตัวในผู้ป่วยเอชไอวีผู้ใหญ่ที่คุมไวรัสได้ดี

มาลี เตชพรรุ่ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า พ.ศ. 2560

ผลทางจลศาสตร์ของอินเตอร์เฟียรอนแลมป์ดาสามต่อซับเซลลูลาร์โปรตีนโปร์ไฟล์ในเซลล์ที่ถูกทรานสเฟคด้วยไวรัสตับอักเสบบี

ณัฎฐิยา หิรัญกาญจน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2559

การใช้ยาต้านไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อที่มีความล้มเหลวทางการรักษาจากยาสูตรแรกที่มีเอ็นเอ็นอาร์ทีไอ (โครงการฮีฟสตาร์)

เกียรติ รักษ์รุ่งธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

กลไกการทำงานที่หลากหลายของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันและการเกิดพยาธิสภาพในโรคติดเชื้อเอชไอวี

โกวิท พัฒนาปัญญาสัตย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2552