การพัฒนาแบบจำลองปอดโดยแบบจำลองการเลี้ยงเซลล์สามมิติเพื่อการพัฒนายาในการรักษาโรค COVID-19
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
สถานการณ์การติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อให้เกิดโรค COVID-19 ในปัจจุบัน มีความรุนแรงมากขึ้น การพัฒนายาต้านไวรัสจึงเป็นที่สำคัญเร่งด่วน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว การสร้างแบบจำลองปอดเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนายาต้านไวรัส อันเนื่องมาจากไวรัส SARS-CoV-2 อาศัยโปรตีนตัวรับเป้าหมายชนิด Angiotensin-converting enzyme 2 (ACE2) ในการเข้าสู่เซลล์ซึ่งพบมากเซลล์ปอดและเกิดจากอาการปอดอักเสบ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาแบบจำลองปอดเพื่อศึกษากลไกการติดเชื้อไวรัสและพัฒนาแนวทางในการรักษาโรค COVID-19 เนื่องมาจากการศึกษาตัวอย่างชิ้นเนื้อจากผู้ติดเชื้อนั้นทำได้ยาก ดังนั้นโครงการวิจัยนี้จึงมีจุดประสงค์ในการจำลองโครงสร้างเนื้อเยื่อปอดโดยอาศัยเทคนิคที่เรียกว่า Air-liquid interface เพื่อสร้างสภาวะให้มีความคล้ายคลึงกับโครงของปอดที่มีการแสดงออกของโปรตีนตัวรับ ACE2 พัฒนามาเป็นแบบจำลองในการพัฒนาแนวทางการรักษาและทดสอบยาสำหรับโรค COVID-19 จากผลการทดลองในเซลล์มะเร็งปอด A549 แบบสองมิติที่ถูกกระตุ้นการอักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่าในกลุ่มตัวอย่างมีความเข้มข้นของโปรตีนมากสุดอยู่ที่ 0.2 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตร เมื่อทำการวัดปริมาณไนตริกออกไซดพบในกลุ่มตัวอย่างที่กระตุ้นด้วย LPS เป็นเวลา 24 ชั่วโมง สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้โดยพบปริมาณไนตริกออกไซด์ต่ำประมาณ 2 ไมโครโมลาร์ ในขณะที่แบบสามมิติที่ทดสอบด้วย LPS และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ไม่พบปริมาณไนตริกออกไซด์ ในส่วนของการแสดงออกของ ACE2 receptor ที่วิเคราะห์ด้วยวิธี Western blot สามารถพบแบนขนาดประมาณ 97 กิโลดัลตัน (kDa) ของ ACE2 receptor ดังนั้นจึงสามารถยืนยันได้ว่าแบบจำลองการเลี้ยงเซลล์มะเร็งปอด A549 สามมิติแบบ Air-Liquid Interface มีการแสดงออกของ ACE-2 receptor การทดลองนี้ยังต้องทำการทดลองซ้ำในส่วนของการวิเคราะห์การแสดงออกของ ACE2 และ AT1R และตัวควบคุมเป็น beta Actin ด้วย western blot และเพิ่มเติมในระดับยีนด้วยการวิเคราะห์โดยเทคนิค qPCR ในแบบจำลองสองมิติเปรียบเทียบกับสามมิติ เพื่อดูความแตกต่างในการแสดงออกของ receptor ในส่วนการกระตุ้นการอักเสบยังคงต้องตรวจสอบสารและความเข้มข้นที่ใช้กระตุ้นในครั้งต่อไปโดยเลือกกระตุ้นด้วย Spike protein แทน และมีการวัดปริมาณของ anti-oxidant และไนตริกออกไซด์เพื่อตรวจสอบการอักเสบด้วย LPS และ H2O2 ทั้งนี้ปัญหาที่ยังไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ยังต้องทำการทดสอบคุณภาพ และทดสอบความเข้มข้นของสารอีกครั้ง