Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2551

การประเมินการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อเป็ปไทด์ของโปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ของเชื้อวัณโรคในการช่วยวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรคและระยะของโรค

บุษบัน เชื้ออินทร์ สถาบันบำราศนราดูร พ.ศ. 2551

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อค้นหาเป็บไทด์ของโปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อนำมาใช้เป็นองค์ประกอบของน้ำยาทดสอบผิวหนังและน้ำยาทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อช่วยวินิจฉัยแยกโรคการติดเชื้อวัณโรคจากการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียอื่นๆ 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (การผลิต interferon-gamma และ การผลิต antibody) ต่อโปรตีน ESAT-6 และ โปรตีน CFP-10 กับระยะของโรค (activity of disease) ในผู้ป่วยวัณโรค เพื่อพัฒนาชุดทดสอบช่วยวินิจฉัยแยกโรคระหว่างวัณโรคระยะกำเริบ กับวัณโรคระยะสงบ 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทางน้ำเหลือง (การผลิต antibody) ต่อโปรตีน ESAT-6 และ โปรตีน CFP-10 เพื่อวินิจฉัยแยกโรคการติดเชื้อวัณโรคจากการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียอื่นๆ 4. เพื่อศึกษาการตอบสนองของ antibody ในน้ำช่องปอด ในการวินิจฉัยแยกผู้ป่วยวัณโรคปอดจากผู้ป่วยโรคปอดอื่นๆ วิธีการวิจัย 1. ทำการทดสอบการตอบสนองของ IFN-? ต่อเป็บไทด์ของโปรตีน ESAT-6 และ CFP-10 ในผู้ป่วยวัณโรคระยะกำเริบและผู้ติดเชื้อวัณโรคระยะสอบเพื่อหาเป็บไทด์ที่กระตุ้นการตอบสนองที่ดี 2. ทำการทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันชนิดพึ่งเซลล์ (Cell-mediated immunity, CMI) ต่อโปรตีน ESAT-6 และ CFP-10 โดยเทคนิค Proliferation Assay และ IFN-? ELISA ในผู้ป่วยวัณโรคระยะกำเริบ (active) ที่มีผลการตรวจเสมหะเป็นบวก และลบ และผู้ป่วยวัณโรคระยะสงบ (inactive) ผู้ป่วยโรคเรื้อน ผู้ป่วยติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียอื่นๆ และผู้สัมผัสโรค 3. ทำการทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทางน้ำเหลือง (antibody) ต่อโปรตีน ESAT-6 และ โปรตีน CFP-10 ในผู้ป่วยติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ HIV ที่เป็นวัณโรคระยะต่างๆ และที่ติดเชื้อ non-tuberculous mycobacteria โดยเทคนิค ELISA 4. ทำการทดสอบการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันทางน้ำเหลือง(antibody) ในน้ำช่องปอดของผู้ป่วยวัณโรคและไม่ใช่วัณโรคต่อโปรตีน ESAT-6 และ โปรตีน CFP-10 โดยเทคนิค ELISA ผลวิจัย 1. เป็บไทด์ที่กระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีในผู้ป่วยวัณโรคระยะกำเริบและผู้สัมผัสโรค (ผู้ติดเชื้อวัณโรคระยะสอบ) คือ 5 เป็บไทด์ จาก ESAT-6 (p1-16, 9-24, p17-32, 57-72 และ p81-96) และ 3 เป็บไทด์ จาก CFP-10 (p13-28, p55-72 และ p75-92) จำนวนผู้ป่วยและผู้สัมผัสโรคที่ตอบสนองต่อส่วนผสมของเป็บไทด์ (Peptide muitures) ของ ESAT-6 และ CFP-10 มีค่าใกล้เคียงกับจำนวนผู้ตอบสนองต่อ ESAT-6 recombinant protein แต่มากกว่า individual peptide 2. พบมีการตอบสนองของ IFN-? ต่อโปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ในผู้ป่วยวัณโรคระยะกำเริบ ในระยะการเพาะเลี้ยงเซลทั้งที่ 24 ชั่วโมง และ 6 วัน แต่ไม่พบการตอบสนองที่ 24 ชั่วโมง ในผู้สัมผัสโรค แต่ยังพบการตอบสนองที่ 6 วัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยวัณโรคระยะกำเริบจากระยะสอบ 3. พบว่าการตอบสนองของ antibody ต่อโปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ในผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ที่เป็นวัณโรคประเภทต่างๆในสัดส่วนที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เป็นที่น่าสนใจว่าไม่พบการตอบสนองต่อโปรตีนทั้ง 2 ในผู้ป่วยติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียอื่นๆ ซึ่งแสดงถึงความจำเพาะของโปรตีนทั้ง 2 ชนิดนี้ ต่อการติดเชื้อวัณโรค และ ประโยชน์ของการนำโปรตีนทั้ง 2 ชนิดมาพัฒนาเป็นชุดทดสอบทางน้ำเหลืองเพื่อช่วยการวินิจฉัยแยกวัณโรคจากการติดเชื้อมัยโคแบคทีเรียอื่นๆ 4.พบมีการตอบสนองของ antibody ต่อ โปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ในน้ำช่องปอดในผู้ป่วยวัณโรคโดยมีความไวร้อยละ 63.6 และ 54.5 ตามลำดับ และความจำเพาะร้อยละ70.4 และ 81.5 ตามลำดับ สรุปและวิจารณ์ โปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 มีเป็บไทด์ หลายสาย ที่กระตุ้นปฏิกิริยาการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดี และมีความจำเพาะต่อการติดเชื้อวัณโรค แต่ถ้าจะนำมาใช้ในการช่วยวินิจฉัยการติดเชื้อวัณโรคต้องใช้เป็บไทด์หลายสายมารวมกัน เพื่อเพิ่มความไวของชุดทดสอบ การตอบสนองของ IFN-Y ต่อโปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ที่ 24 ชั่วโมง สามารถแยกความแตกต่างของวัณโรคระยะกำเริบ จากวัณโรคระยะสงบได้ การตอบสนองของ antibody ต่อโปรตีน ESAT-6 และโปรตีน CFP-10 ในซีรั่มสามารถนำมาพัฒนา เป็นชุดทดสอบทางน้ำเหลือง เพื่อช่วยการวินิจฉัย แยกวัณโรคจากการติดเชื้อแบคทรีเรียอื่นๆ แต่การตอบสนองของ antibody ต่อโปรตีนที่ ++ นี้ ในน้ำช่องปอด มีค่าความไวและความจำเพาะ ไม่++ที่จะใช้เป็นชุดทดสอบวินิจฉัยวัณโรคเพื่อหุ้มปอด

คำสำคัญ

HIVวัณโรคเป็บไทด์โปรตีน ESAT-6 และ CFP-10

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การพัฒนาชุดตรวจแบบรวดเร็วทางภูมิคุ้มกันวิทยาในการวินิจฉัยวัณโรค

วัชระ กสิณฤกษ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2556

การศึกษาบทบาทของโปรตีนไทโรซีนไคเนสและโปรตีนที่ถูกเติมหมู่ฟอสเฟตในการกระตุ้นตัวรับที่ผิวของทีลิมโฟซัยต์: การทดสอบในห้องทดลองและชีวสารสนเทศ

สุธาทิพย์ พงษ์เจริญ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2564

การตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อราแบบรวดเร็วโดยใช้โมโนโคลนอล แอนติบอดี ชนิด 18B7

นายปกรณ์สวิส สระทองเดชวิสิฐ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พ.ศ. 2562

การประเมินการใช้ชุดทดสอบอีไลซาในการตรวจหาแอนติบอดีของโรคอหิวาต์สุกรจากตัวอย่างน้ำลาย

รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2561

การโคลนยีน ESAT-6 จาก Mycobacterium tuberculosis เพื่อการแสดงออก และการทำให้โปรตีนบริสุทธิ์เพื่อทำการเปรียบเทียบกับ PPD ด้วยวิธี skin test กับสัตว์ทดลอง

วิชิต ทวีกาญจน์ สภากาชาดไทย พ.ศ. 2556

การศึกษาความสัมพันธ์ ของระดับการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้อง กับระบบภูมิคุ้มกันกับความรุนแรง ของโรคติดเชื้อไวรัสเด็งกิว

กัญญา ศุภปีติพร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2552

การศึกษาเปรียบเทียบผลการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยชนิดโมโนวาเลนท์และชนิดไตรวาเลนท์ในสุกร

เทิดศักดิ์ ญาโน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

การศึกษาฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันของสารสกัดจากผลสมอพิเภก

อรสร สารพันโชติวิทยา ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ. 2551

การเตรียมแอนติบอดีชนิดโมโนโคลนาลที่เป็นโมเลกุลโปรตีนของมนุษย์โดยสมบูรณ์ต่อสารพิษเอนเทอโรท็อกซินชนิดเอของเชื้อสแตฟีโลค็อคคัส ออเรียส โดยเทตนิคฟาจดิสเพลย์ เพื่อการพัฒนาต่อไปสำหรับใช้ในการรักษาโรค

นิตยา อินทราวัฒนา มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ. 2557

การศึกษาเพื่อพัฒนาชุดวินิจฉัยต้นแบบทางน้ำเหลืองวิทยาต่อโรคพยาธิตัวจี๊ดในคนโดยใช้แอนติเจนจำเพาะที่ผลิตโดย เทคนิคดีเอนเอสายผสมด้วยวิธีอีไลซ่า

วันชัย มาลีวงษ์ ภาควิชาปรสิตวิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น พ.ศ. 2552