กลไกการแพร่กระจายของเชื้อรา Scedosporium apiospermum ในปอด สำหรับการวินิจฉัยและการรักษา
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การติดเชื้อราชนิด Scedosporium apiospermum และ Aspergillus fumigatus แบบรุกลามเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งเชื้อราทั้งสองชนิดนี้จะมีการแสดงอาการทางคลินิกที่คล้ายคลึงกัน การศึกษาวิจัยในด้าน Host-pathogen interactions มีความสำคัญมากในแง่ของการพัฒนาวิธีการวินิจฉัย และการรักษาใหม่ๆ เพื่อลดอัตราการตายของผู้ป่วย ดังนั้นในโครงการวิจัยนี้จึงทำการศึกษาด้านโปรตีโอมิกส์เพื่อตรวจหาโปรตีนของเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจที่มีการเปลี่ยนแปลงไประหว่างการติดเชื้อราทั้งสองชนิดขณะที่เชื้อเริ่มรุกลามเข้าสู่เซลล์ โดยการใช้ Immunogold labelling และ immunohistochemical techniques สำหรับการ Validate ผลการศึกษาโปรตีโอมิกส์ ร่วมกับการตรวจวัดปริมาณ Cytokines ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยวิธี Bio-Plex Multiplex immunoassay จากผลการวิจัยพบว่า ระหว่างการติดเชื้อ A. fumigatus พบว่า Cytoskeletal proteins (HSPA9, PA2G4, VAT1, PSMA2, PEX1, PTGES3, KRT1, KRT9, CLIP1, and CLEC20A) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรุกลามของเชื้อเข้าสู่เซลล์หรือการ Initialization การทำลายโครงสร้างของเซลล์ นำไปสู่การเหนี่ยวนำให้เกิดพยาธิสภาพที่ปอด ในขณะที่การติดเชื้อ S. apiospermum โปรตีนที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นหลักคือ Immunological activated proteins ได้แก่ WNT7A, GAPDH และ ANXA2 ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้น Innate immune response และ Phagocytic activity ของโฮสต์เซลล์ นอกจากนี้ IL-21, -1?, -22, -2, -8, -12, and -17A, INF-?, and TNF-? เป็น Proinflammatory cytokines ที่ถูกกระตุ้นให้มีการสร้างเพิ่มขึ้นในระหว่างการติดเชื้อราทั้งสองชนิดเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์ที่ไม่มีการติดเชื้อ แต่มีระดับสูงมากๆ ในการติดเชื้อ S. apiospermum ที่มีความสอดคล้องกับการแสดงออกของ MMP และ CHS1 ใน Growing conidia ดังนั้นจากผลการทดลองในโครงการวิจัยนี้จึงเป็นการยืนยันได้ว่าการติดเชื้อ S. apiospermum เหนี่ยวนำให้โฮสต์เซลล์มีการตอบสนองทางระบบภูมิคุ้มกันที่เด่นชัดมากกว่าที่ปรากฏในการติดเชื้อ A. fumigatus ซึ่งแสดงออกในลักษณะการเปลี่ยนแปลงของโฮสต์เซลล์มากกว่า