โครงการการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์เทียบกับการรักษาแบบประคับประคองในผู้ป่วยโควิด 19 ที่มีอาการไม่หนักและยังไม่มีภาวะปอดอักเสบ
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: ยาฟาวิพิราเวียร์ เป??นยาต้านที่มีกลไลออกฤทธิ์ด้วยการยับยั้งเอนไซม์ RNA-depent RNA polymerase และน่าจะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อโควิด-19 ได้ เนื่องด้วยในสถานการณ์การระบาดของเชื้อมีความเป??นไปได้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อมากขี้นเรื่อย ๆ การค้นคว้าหาแนวทางการรักษาผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป??นสิ่งจำเป??นอย่างมาก ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้เพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพของยาฟาวิพิราเวียร์กับการรักษาแบบประคับประคองในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่หนักและยังไม่มีภาวะปอดอักเสบโดยการใช้ระยะเวลาที่อาการทางคลินิกดีขึ้นเป??นตัวชี้วัด ซึ่งจะเป??นประโยชน์อย่างมากในการพัฒนาด้านสาธารณสุขในอนาคตวิธีการศึกษา: เป??นการศึกษาเพื่อยืนยันถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาฟาร์วิพิราเวียร์ในผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่หนักและไม่มีภาวะปอดอักเสบเปรียบเทียบกับการรักษาแบบประคับประคองโดยใช้เวลาที่อาการทางคลินิกดีขึ้น (อุณหภูมิร่างกาย อาการแสดงทางคลินิกที่เกี่ยวข้องกับโควิด 19 ค่า SpO2 และ ภาพถ่ายรังสีทรวงอก) และการไม่พบเชื้อ SARS-CoV2 โดยวิธีการตรวจ RT-PCR จาก nasopharyngeal swab เป??นตัวชี้วัดหลัก โดยเป??นการศึกษาควบคุมแบบสุ่มและไม่ปกป??ด ใน ผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 96 ราย ที่ผ่านตามเกณฑ์การคัดเข้า/ออก (กลุ่มที่ได้รับยา Favipiravir 1,800/800 วันละ 2 ครั้งเป??นเวลา 5-14 วัน จำนวน 64 ราย กับ กลุ่มควบคุมจำนวน 32 ราย, 2:1) คนไข้แต่ละรายจะเข้าร่วมอยู่โครงการวิจัยเป??นเวลาทั้งหมด 14-28 วัน รวมทั้งมีการศึกษาเภสัชจลนศาสตร์ของยา Favipiravir ในคนไข้จำนวน 10 รายผลการศึกษา: พบว่าการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนักและไม่มีภาวะปอดอักเสบ มีประสิทธิผลต่อการแสดงอาการทางคลินิกที่ดีในระยะเวลาที่รวดเร็วขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคอง เมื่อประเมินอาการด้วย NEWS Score ในช่วงเวลาการรักษา 14 วัน พบว่า กลุ่มที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์มีอาการดีขึ้นถึง 79 % ขณะที่กลุ่มควบคุมมีอาการดีขึ้นเพียง 32.3 % (p=0.027) ดังนั้นกลุ่มที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์มีอาการดีขึ้นเร็วกว่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยครึ่งหนึ่งของผู้ที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์มีอาการดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 ของการรักษาเมื่อเทียบกับ 14 วันในกลุ่มควบคุม (p<0.001) ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์มีประสิทธิภาพต่อการแสดงอาการทางคลินิกที่ดีขึ้นและรวดเร็วกว่ากลุ่มควบคุมสรุปผลการศึกษา: ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 สามารถรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ ขนาด 1,800 มก. เช้า-เย็นในวันแรก และ 800 มก. เช้าเย็นในวันต่อมา เป??นการรักษาที่ควรเริ่มทันทีเมื่ออาการยังไม่รุนแรง