กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
โรคโควิด 19 หรือ Coronavirus Disease-2019 เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า SARS-CoV-2 (Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2) ซึ่งปัจจุบันการระบาดของโรคโควิด 19 ทวีความรุนแรงไปทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่มกราคม 2563 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ทั่วโลกมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 285 ล้านราย ผู้เสียชีวิต 5.5 ล้านราย และผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 253 ล้านราย ส่วนในประเทศไทยเองมีผู้ป่วยยืนยันสะสม 2.2 ล้านราย ผู้เสียชีวิต 21,672 ราย และผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 2.2 ล้านราย นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกไม่ได้นิ่งนอนใจต่างพยายามที่จะหาทางหยุดยั้งการแพร่ระบาดนี้ ?การพัฒนายาต้านไวรัสจึงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วนเพื่อยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว การที่จะได้มาซึ่งยารักษาโรคโควิด 19 จำเป็นต้องรู้และเข้าใจกลไกการทำงานของไวรัสชนิดนี้รวมถึง อันตรกิริยาระดับอะตอม โมเลกุล ของโครงสร้างสามมิติของโปรตีนที่สำคัญในเชื้อไวรัสโควิด 19 กับโมเลกุลของยาหรือสารออกฤทธิ์ที่สนใจด้วยเทคนิคทางเคมีคอมพิวเตอร์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์กลไกรายละเอียดและพฤติกรรมของโปรตีน การจำลองรายละเอียดขั้นสูงของการเปลี่ยนแปลงระดับอะตอม โมเลกุล จะให้ภาพที่สมบูรณ์ของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโปรตีน ภาพการยึดจับระหว่างโปรตีนกับยาหรือสารออกฤทธิ์ ดังนั้นงานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เทคนิคโมเลกุลาร์ด๊อกกิ้งเพื่อคัดกรองหาสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทยได้แก่ ฟ้าทะลายโจร ขิง ข่า กระเทียม พลูคาว มะขามป้อม ที่มีศักยภาพต่อการยับยั้งไวรัสโควิด 19 กับสามโปรตีนเป้าหมายคือ สไปก์โปรตีน เอนไซม์โปรติเอส และ โปรตีนเอ็นเอสพี15 เปรียบเทียบกับยาที่มีอยู่ในท้องตลาด ได้แก่ยาฟาริพิราเวียและไฮดรอกซีคลอโรควิน เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในการยับยั้งการทำงานของโปรตีนดังกล่าว จากการวิจัยพบว่าสารสำคัญจากฟ้าทะลายโจรสมามารถจับสามโปรตีนเป้าหมายได้ดีกว่าสมุนไพรชนิดอื่นโดย สาร 3,19-isopropylidene andrographolide, 7,8-dimethoxy flavone-5-?-D-glucopyranosyloxy flavone, และ Stigmasterol จากฟ้าทะลายโจร มีความสามารถในการยึดจับกับเอนไซม์โปรติเอสหลัก ได้ดีกว่าสารอื่น โดยมีพลังงานยึดจับเท่ากับ -11.08, -11.65 and -11.33 kcal/mol ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเรียงลำดับความสามารถในการรยึดจับของสารสำคัญจากสมุนไพรกับสามโปรตีนเป้าหมายคือ สไปก์โปรตีน เอนไซม์โปรติเอส และ โปรตีนเอ็นเอสพี15พบว่ามีลำดับดังนี้ ฟ้าทะลายโจร > พลูคาว > มะขามป้อม > ขิง > กระเทียม ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการคำนวณนี้สามารถ ช่วยลดเวลาและงบประมาณในการทดลองในห้องปฏิบัติการ รวมถึงใช้เป็นแนวทางให้เกิดประโยชน์ในด้านการแพทย์และเภสัชวิทยาอันจะนำไปสู่การมีส่วนช่วยควบคุมและป้องกันไวรัสโควิด 19 ได้ในอนาคต
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. Concept and/or application formulated
การศึกษาประสิทธิภาพการยึดจับระหว่างโปตีนเป้าหมาย 3 ชนิด กับตัวยาหรือสารสำคัญจากสมุนไพรไทยมีโอกาสพัฒนาสูตรยาที่รักษาโรคโควิด 19 ได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่นการผสมตัวยามากกว่า 1 ชนิดในการรักษาผู้ป่วย
เมื่อเร็วๆนี้นักวิจัย (Jin et al., 2020; Wrapp et al., 2020) ได้ถอดรหัสโครงสร้างสามมิติของเอนไซม์ชนิดโปรตีเอส (Main Protease) (Jin et al., 2020) สไปก์โปรตีนของไวรัสโควิด 19 (Wrapp et al., 2020) และโปรตีนเอ็นเอสพี15 (Kim et al., 2020) ที่เป็นกุญแจสำคัญในการก่อโรคของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้สำเร็จ รวมถึงมีงานวิจัยอีกมากมายที่สำรวจหรือคัดกรองสารเพื่อจะนำมาพัฒนาเป็นยารักษาไวรัสโควิด 19 ด้วยเทคนิคโมเลกุลาร์ด็อกกิ้ง เช่นยาในกลุ่มโรคเอดส์ โรคมาลาเรีย (Hall & Ji, 2020; Narkhede et al., 2020) ยาที่ใช้อยู่ในประเทศจีน (Zhang et al., 2020) ประเทศมองโกเลีย (Yu et al., 2020)
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 2 — 2. formulation of problem, proposed solution(s) and potential impact, expected societal readiness; identifying relevant stakeholders for the project.
มีโอกาศพัฒนาเป็นฐานข้อมูลเกี่ยวกับสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทยที่มีศักยภาพต่อการยับยั้งไวรัสโควิด 19 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลถึงกันและกันในทุกภาคส่วนที่สนใจ
ปัจจุบันทุกภาคส่วนมีการกำหนดปัญหา การเสนอแนวคิดในการพัฒนาหรือการแก้ปัญหาและคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับโควิด 19