การศึกษาความไว ความจำเพาะ และความถูกต้อง ของการใช้ชุดตรวจคัดกรองแอนติบอดีของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เปรียบเทียบกับการตรวจโดยวิธีขยายสารพันธุกรรม (Real-time PCR) ในการวินิจฉัยภาวะติดเชื้อ ในผู้ป่วยที่ทำหัตถการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาฉุกเฉิน และ บุคลากรทางการแพทย์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ที่มาและเหตุผล เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ (ความไว ความจำเพาะ ความแม่นยำ) ของชุดตรวจ Baiya’s Rapid Covid-19 IgM/IgG test kit ในการวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ทำหัตถการทางสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยาฉุกเฉิน กี่งฉุกเฉิน ที่ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และบุคลากรทางการแพทย์ แผนกสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา เปรียบเทียบกับการตรวจโดยวิธี Real-time RT-PCR จากสารคัดหลั่งจากระบบทางเดินหายใจระเบียบวิธีวิจัย การศึกษาแบบพรรณนา ในผู้ป่วยจำนวน 230 รายและบุคลากรแผนกสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา จำนวน 60 ราย รวมจำนวนอาสาสมัคร 290 ราย อาสาสมัครทุกคน ได้รับการตรวจหาแอนติบอดี้ โดยชุดตรวจ Rapid IgM/IgG antibody test อ่านผลที่ 15 นาที และ Real-time RT-PCR ต่อเชื้อไวรัส 2019-nCoV ก่อนเข้ารับการรักษา (ผู้ป่วย) หรือ ในวันเดียวกัน (บุคลากร) ผลการศึกษา กลุ่มผู้เข้ารับบริการ ที่มีผลตรวจทั้ง rapid test และ Real-time PCR จำนวน 210 คน ค่ามัธยฐานอายุ[พิสัย] 29[25-36] ปี ร้อยละ 83 เป็นการคลอดบุตรรวมผ่าตัดคลอด เป็นผู้มีความเสี่ยงเข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคของประเทศ 8 (3.8%) ราย จากจำนวนทั้งหมดมีผลตรวจ Rapid test ให้ผลบวก IgM 2 ราย IgM 0 ราย คิดเป็นอัตราให้ผลบวก 1% ทั้งสองรายไม่มีความเสี่ยงจากการเดินทาง สัมผัส และอาการแสดง ผลการตรวจ Real-time PCR ให้ผลลบทั้ง 2 ราย โดย 1 จาก 2 รายเป็นแพทย์ (บุคลากร) ของรพ. ที่ตั้งครรภ์ กลุ่มบุคลากร จำนวน 60 ราย เป็นหญิงร้อยละ 78.3 ค่ามัธยฐานอายุ[พิสัย] 28[24.8-38] ปี เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 12/60 คน คิดเป็น 20% ผลการตรวจ Rapid test พบว่าให้ผลบวก IgM 4 ราย ในจำนวนนี้ 3 รายไม่มีอาการแสดง และไม่มีประวัติสัมผัสเสี่ยง 1 รายมีอาการไอ น้ำมูก คิดเป็นอัตราการให้ผลบวก 6.8% โดยผลตรวจ Real-time PCR ให้ผลลบทั้งหมด บทวิจารณ์และข้อสรุปการใช้ชุดตรวจ Baiya rapid COVID-19 IgG/IgM test kit ในการคัดกรอง ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาทำผ่าตัด/หัตถการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และบุคลากรของแผนก ให้ผลการตรวจลบใกล้เคียงกับการตรวจ Real-time RT-PCR โดยมีผลบวกลวง 1.9% ทั้งนี้ ผู้เข้ารับบริการและบุคลากรส่วนใหญ่ ไม่มีอาการแสดงทางระบบทางเดินหายใจ ไม่มีความเสี่ยงในการสัมผัส โดยมีกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงตามเกณฑ์สอบสวนโรครวม 7.6% (20/260; 3% และ 20% ในกลุ่มผู้ป่วยและบุคลากร ตามลำดับ) คณะผู้วิจัย สนับสนุนการใช้ชุดตรวจ Rapid antibody test ในการคัดกรองผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ คลอดบุตร ผ่าตัด หัตถการต่าง ๆ และในบุคลากร ควบคู่ไปกับการตรวจ Real-time PCR (กรณีให้ผลบวก) เพื่อลดการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ณ จุดบริการ