Command Palette

Search for a command to run...

กลับไปผลการค้นหา
รายงานฉบับสมบูรณ์พ.ศ. 2564

ความชุกและอุบัติการณ์ของการติดเชื้อด้วยการตรวจทางซีโรโลยี การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ต่อการติดเชื้อ SARS-CoV-2 ในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วย เปรียบเทียบกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้ดูแลผู้ป่วย COVID-19 ในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ภายในโรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพมหานคร

ณสิกาญจน์ อังคเศกวินัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2564

ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)

บทคัดย่อ

บทคัดย่อหลักการและเหตุผล บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานด่านหน้า เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่มีโอกาสติดเชื้อโควิด ทำให้มีโอกาสต้องตรวจสวอปบ่อยครั้ง การตรวจด้วยวิธีทางซีโรโลยี ทำได้ง่าย และสามารถใช้ในการเฝ้าระวังได้ การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาความชุกและอุบัติการณ์ของการติดเชื้อ SARS-CoV2 ในบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยการตรวจทางซีโรโลยี วิธีการศึกษา เป็นการศึกษาแบบสังเกตไปข้างหน้าในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์รวม 360 คน โดยเป็นบุคลากรด่านหน้า 240 คน และที่ไม่ใช่ด่านหน้า 120 คน ดำเนินการศึกษาที่ รพ.ศิริราช ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2563 ถึง เดือนเมษายน 2564 โดยนัดอาสาสมัครเจาะเลือดรวม 4 ครั้ง ที่แรกเข้าโครงการ, 4 สัปดาห์, 12 สัปดาห์ และ 48 สัปดาห์ และตรวจซีโรโลยีรวม 3 วิธี คือชนิดได้ผลเร็วรายงานผลเป็นบวกหรือลบ (Pan-IgG [Elecsys Anti-SARS-CoV-2]) และ anti-SARS-CoV-2 RBD IgG ซึ่งรายงานผลเป็นค่า optical density โดย cut-off ผลการตรวจเป็นลบที่ 0.64 และ cut-off ผลการตรวจเป็นบวกที่ 1.60 และจะส่งตรวจ microneutralization assay เพิ่มเติมในรายที่ anti-SARS-CoV-2 RBD IgG เป็นบวกผลการศึกษา จากอาสาสมัครในโครงการรวม 360 คน พบว่าร้อยละ 82.2 เป็นเพศหญิง มีอายุเฉลี่ย 32.5 ปีสำหรับผลการตรวจชนิดได้ผลเร็วด้วยวิธี Pan-IgG พบผลเป็นบวก 1 รายในกลุ่มที่ไม่ใช่ด่านหน้า โดยพบผลบวกตั้งแต่แรกจนสิ้นสุดการศึกษา สำหรับผลการตรวจ anti-SARS-CoV-2 RBD IgG จากการตัดค่า cut-off ดังกล่าว พบว่ามีอาสาสมัคร 2 ราย ในกลุ่มบุคลากรด่านหน้าที่มีระดับแอนติบอดีสูงขึ้นชัดเจนใกล้เคียงกับผู้ป่วยติดเชื้อ ตั้งแต่แรกเข้าโครงการ โดยพบว่ามีระดับสูงคงอยู่จนถึง 48 สัปดาห์ คิดเป็นความชุกการติดเชื้อจากการตรวจ anti-SARS-CoV-2 RBD IgG ร้อยละ 0.83 (2/240) ในกลุ่มบุคลากรด่านหน้า และมีอาสาสมัคร 1 ราย ในกลุ่มที่ไม่ใช่บุคลากรด่านหน้าที่มีระดับแอนติบอดีสูงโดยตรวจพบที่ 12 สัปดาห์ คิดเป็นอุบัติการณ์การติดเชื้อร้อยละ 0.83 ในกลุ่มบุคลากรที่ไม่ใช่ด่านหน้า และ พบว่ามีอาสาสมัคร 13-21 รายในกลุ่มบุคลากรด่านหน้า และ 4-7 ราย ในกลุ่มที่ไม่ใช่ด่านหน้าที่มีระดับแอนติบอดีอยู่ในเกณฑ์ระหว่างกลาง (borderline) ระหว่าง cut-off ที่เป็นบวกและลบ โดยผลการตรวจเพิ่มเติมสำหรับตัวอย่างที่บวกและอยู่ในเกณฑ์ระหว่างกลางด้วยวิธี micro-neutralization assay ต่อเชื้อไวรัสที่แยกได้ในประเทศไทย พบว่ามีผลเป็นลบ (titer < 10) ทุกตัวอย่าง ดังนั้น ระดับ anti-SARS-CoV-2 RBD IgG ที่สูงจึงไม่น่าเป็นการติดเชื้อโควิด-19 2 แต่อาจเป็นแอนติบอดีต่อเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อโรคในคนชนิดอื่นที่พบมีการระบาดในประเทศไทย ซึ่งต้องการการศึกษาต่อไปบทสรุป ความชุกและอุบัติการณ์การติดเชื้อของบุคลากรต่ำมากทั้งที่ทำงานด่านหน้าหรือที่ไม่ใช่ด่านหน้า และไม่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่มในสถานการณ์ที่มีการระบาดไม่รุนแรงหรือกว้างขวาง ซึ่งน่าจะทำให้มั่นใจถึงประสิทธิ- ภาพของมาตรการการป้องกันขณะดูแลผู้ป่วยโควิดด้วยการใส่ชุดป้องกันที่เหมาะสม การตรวจทางซีโรโลยีด้วยวิธีต่างกันอาจมีผลที่แตกต่างกันและเป็นได้ว่าอาจมีปฏิกิริยาข้ามกลุ่มกับเชื้อโคโรนาไวรัสที่ก่อโรคในคนชนิดอื่นคำสำคัญ บุคลากรทางการแพทย์ ซีโรโลยี ความชุก อุบัติการณ์ anti-SARS-CoV-2 RBD IgG

คำสำคัญ

COVID-19seroprevalenceSARS-CoV-2การระบาดโควิดการติดเชื้อโคโรนาศิริราชfrontline healthcare workersimmunological responses

งานวิจัยในหัวข้อใกล้เคียง

การศึกษาภูมิคุ้มกันในผู้ที่หายและผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อจากโรคโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ปกรัฐ หังสสูต สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2565

An Outbreak of Coronavirus Disease (COVID-19) among Healthcare Personnel in a Private Hospital Related to Delayed Detection of SARS-CoV-2 Infection Foci

กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2563

โครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

สุพัฒน์ กลิ่นเขียว สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2563

การรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของทันตาภิบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

วัชรพล วิวรรศน์ เถาว์พันธ์ สถาบันพระบรมราชชนก พ.ศ. 2563

ผลกระทบโรคระบาด COVID-19: การจัดการเรียนการสอนทางการพยาบาล

มักเดลานา สุภาพร ดาวดี วิทยาลัยเซนต์หลุยส์ พ.ศ. 2563

การพัฒนา COVID-19 Literacy (ความรอบรู้ด้านสุขภาพในการจัดการโรค COVID-19) และการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค COVID-19 ในระดับชุมชน

บุญเรือง ขาวนวล มหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2564

การศึกษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการอบไอน้ำสมุนไพรในผู้ป่วยหลังการติดเชื้อ โควิด-19

ดร.ปรัชญา เพชรเกตุ พ.ศ. 2567

โครงการโควิด-19 ในบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย

รุจิภาส สิริจตุภัทร สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2564

การศึกษาความไว ความจำเพาะ และความถูกต้อง ของการใช้ชุดตรวจคัดกรองแอนติบอดีของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เปรียบเทียบกับการตรวจโดยวิธีขยายสารพันธุกรรม (Real-time PCR) ในการวินิจฉัยภาวะติดเชื้อ ในผู้ป่วยที่ทำหัตถการทางสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยาฉุกเฉิน และ บุคลากรทางการแพทย์

อมรินทร์ นาควิเชียร สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) พ.ศ. 2564

ความเชื่อมั่นในสถาบันเฉพาะทางด้านโรคติดต่ออันตราย และการตัดสินใจมารับบริการสุขภาพในช่วงการระบาดโรค COVID-19

สิทธิกร โกสุมภ์ กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2563