กำลังโหลดข้อมูล…
Search for a command to run...
ชุดโครงการวิจัยการพัฒนาการพัฒนาขนมกระยาสารทแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์ มี 3 โครงการวิจัยดังนี้1.โครงการวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนขนมกระยาสารทในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยบูรณาการเทคนิคลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมกระยาสารทที่ ตำบลนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ และประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ในการตัดสินใจเลือกรูปทรงกระยาสารท ทำการสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภค โดยทำการออกแบบรูปทรง 3 รูปแบบ และจัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อรูปทรงกระยาสารททางเลือกแบบที่ 1.รับประทานได้ง่าย 2.ความสวยงามของรูปทรง 3.รูปทรงหลากหลาย 4.ขนาดพอดีคำต่อผู้บริโภค 5.เก็บรักษาได้ง่าย 6.สะดวกต่อการพกพา ผลที่ได้จากกระบวนการลำดับชั้นเชิง (AHP) ในการตัดสินใจและพัฒนารูปทรงกระยาสารทใหม่ กระยาสารททางเลือกแบบที่ 2 เหมาะสมที่สุด อยู่ในระดับ 0.49คำสำคัญ : การพัฒนารูปทรง, กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์, กระยาสารท 2.โครงการวิจัยเพื่อศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องตัดกระยาสารทการศึกษาวิจัยครั้งนี้คณะผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการออกแบบและสร้างเครื่องตัดขนมกระยาสารท เพื่อทดสอบสมรรถนะของเครื่องตัดขนมกระยาสารท และประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้งานเครื่อง การทดสอบสมรรถนะของเครื่องตัดขนมกระยาสารท ทางคณะผู้วิจัยได้ทำผลการทดสอบเพื่อหาสมรรถนะของเครื่องตัดขนมกระยาสารท โดยการทดสอบการทำงาน ประกอบด้วย การนำขนมกระยาสารทใส่ถาดอัดให้สม่ำเสมอ ป้อนเข้าไปยังช่องตัวกระแรกจากนั้นขับเคลื่อนส่งไปยังใบมีตัด แล้วหมุนกลับด้านเพื่อส่งไปยังใบมีตัดอีกด้าน จากนั้นบันทึกเวลาที่ได้ และผลการประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องตัดขนมกระยาสารท จำนวน 30 คน โดยภาพรวมทั้งหมด 4 ด้าน ประกอบด้วย การนำขนมกระยาสารทใส่ถาดอัดให้สม่ำเสมอ ป้อนเข้าไปยังช่องตัวกระแรกจากนั้นขับเคลื่อนส่งไปยังใบมีตัด แล้วหมุนกลับด้านเพื่อส่งไปยังใบมีตัดอีกด้าน จากนั้นบันทึกเวลาที่ได้ ด้านการออกแบบ ด้านความปลอดภัย ด้านความสะดวกในการใช้งาน และด้านผลผลิตที่ได้ อยู่ในเกณฑ์มาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.44 คำสำคัญ : ออกแบบ, เครื่องจักร, กระยาสารท3. โครงการวิจัยเพื่อศึกษาการบูรณาการถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบชุมชนมีส่วนร่วมโดยใช้เทคนิค KWL PLUS เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเกี่ยวกับการทำกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS และเพื่อติดตามและประเมินกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ช่วยขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยกลุ่มตัวอย่างของงานวิจัย คือ วิสาหกิจชุมชนสตรีบ้านนาร่วมใจ และผู้สนใจในการเข้าร่วมโครงการการถ่ายทอดคู่มือบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการทำกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ 1) คู่มือการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยใช้เทคนิค KWL PLUS 2)แบบประเมินผลความพึงพอใจต่อคู่มือบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเป็นแบบที่ใช้สำหรับสอบถามผู้เข้าร่วมโครงการ ผลการวิจัยพบว่า คู่มือการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยใช้เทคนิค KWL PLUS เป็นคู่มือที่มีความเหมาะสมในการใช้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยมีค่า IOC อยู่ที่ 0.93 ซึ่งจากการประเมินประสิทธิภาพค่า IOC อยู่ ในช่วง 0.5 –1.00 ซึ่งเป็นค่าที่สามารถนำไปใช้ได้ และผลหลังจากนั้นผู้วิจัยได้นำคู่มือบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการทำขนมกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS ไปถ่ายทอดโดยชุมชนมีส่วนร่วมแล้วนั้น ผลการถ่ายทอดพบว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการการถ่ายทอดคู่มือบูรณาเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการทำกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.73 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.45 คำสำคัญ : การบูรณาการ, เทคนิคเคดับบลิวแอลพลัส, วิสาหกิจชุมชน
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 4 — 4. Key elements demonstrated in laboratory environments
ได้ผลงานที่พร้อมส่งมอบและสามารถนำไปใช้งานได้จริง โดยผ่านการพิสูจน์เรียบร้อยแล้ว คือ เครื่องตัดกระยาสารทที่ตรงกับความต้องการพร้อมส่งมอบให้กับวิสาหกิจชุมชนเพื่อนำไปใช้งานเพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าและอีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนเพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยใช้เทคนิค KWL Plus พร้อมรายงานติดตามประเมินผล
เนื่องจากเป็นเริ่มต้นการศึกษาค้นคว้าและข้อสังเกตพื้นฐานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกระยาสารท จึงได้มีการศึกษาองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของความต้องการ เทคโนโลยี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยอยู่ในขั้นเริ่มต้นก่อนการดำเนินการวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเชิงประยุกต์ต่อไป
เป้าหมายเมื่อจบโครงการ: 1 — 1. identifying problem and identifying societal readiness
.