การพัฒนาขนมกระยาสารทแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชน ในรูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
ชุดโครงการวิจัยการพัฒนาการพัฒนาขนมกระยาสารทแบบบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์ มี 3 โครงการวิจัยดังนี้1.โครงการวิจัยเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนขนมกระยาสารทในจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยบูรณาการเทคนิคลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (AHP) งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมกระยาสารทที่ ตำบลนางั่ว อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ และประยุกต์ใช้กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ในการตัดสินใจเลือกรูปทรงกระยาสารท ทำการสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภค โดยทำการออกแบบรูปทรง 3 รูปแบบ และจัดทำแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อรูปทรงกระยาสารททางเลือกแบบที่ 1.รับประทานได้ง่าย 2.ความสวยงามของรูปทรง 3.รูปทรงหลากหลาย 4.ขนาดพอดีคำต่อผู้บริโภค 5.เก็บรักษาได้ง่าย 6.สะดวกต่อการพกพา ผลที่ได้จากกระบวนการลำดับชั้นเชิง (AHP) ในการตัดสินใจและพัฒนารูปทรงกระยาสารทใหม่ กระยาสารททางเลือกแบบที่ 2 เหมาะสมที่สุด อยู่ในระดับ 0.49คำสำคัญ : การพัฒนารูปทรง, กระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์, กระยาสารท 2.โครงการวิจัยเพื่อศึกษาการออกแบบและสร้างเครื่องตัดกระยาสารทการศึกษาวิจัยครั้งนี้คณะผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ที่จะทำการออกแบบและสร้างเครื่องตัดขนมกระยาสารท เพื่อทดสอบสมรรถนะของเครื่องตัดขนมกระยาสารท และประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้งานเครื่อง การทดสอบสมรรถนะของเครื่องตัดขนมกระยาสารท ทางคณะผู้วิจัยได้ทำผลการทดสอบเพื่อหาสมรรถนะของเครื่องตัดขนมกระยาสารท โดยการทดสอบการทำงาน ประกอบด้วย การนำขนมกระยาสารทใส่ถาดอัดให้สม่ำเสมอ ป้อนเข้าไปยังช่องตัวกระแรกจากนั้นขับเคลื่อนส่งไปยังใบมีตัด แล้วหมุนกลับด้านเพื่อส่งไปยังใบมีตัดอีกด้าน จากนั้นบันทึกเวลาที่ได้ และผลการประเมินความคิดเห็นของผู้ใช้เครื่องตัดขนมกระยาสารท จำนวน 30 คน โดยภาพรวมทั้งหมด 4 ด้าน ประกอบด้วย การนำขนมกระยาสารทใส่ถาดอัดให้สม่ำเสมอ ป้อนเข้าไปยังช่องตัวกระแรกจากนั้นขับเคลื่อนส่งไปยังใบมีตัด แล้วหมุนกลับด้านเพื่อส่งไปยังใบมีตัดอีกด้าน จากนั้นบันทึกเวลาที่ได้ ด้านการออกแบบ ด้านความปลอดภัย ด้านความสะดวกในการใช้งาน และด้านผลผลิตที่ได้ อยู่ในเกณฑ์มาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.44 คำสำคัญ : ออกแบบ, เครื่องจักร, กระยาสารท3. โครงการวิจัยเพื่อศึกษาการบูรณาการถ่ายทอดเทคโนโลยีแบบชุมชนมีส่วนร่วมโดยใช้เทคนิค KWL PLUS เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนเกี่ยวกับการทำกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS และเพื่อติดตามและประเมินกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ช่วยขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยกลุ่มตัวอย่างของงานวิจัย คือ วิสาหกิจชุมชนสตรีบ้านนาร่วมใจ และผู้สนใจในการเข้าร่วมโครงการการถ่ายทอดคู่มือบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการทำกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย คือ 1) คู่มือการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยใช้เทคนิค KWL PLUS 2)แบบประเมินผลความพึงพอใจต่อคู่มือบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเป็นแบบที่ใช้สำหรับสอบถามผู้เข้าร่วมโครงการ ผลการวิจัยพบว่า คู่มือการถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยใช้เทคนิค KWL PLUS เป็นคู่มือที่มีความเหมาะสมในการใช้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยมีค่า IOC อยู่ที่ 0.93 ซึ่งจากการประเมินประสิทธิภาพค่า IOC อยู่ ในช่วง 0.5 –1.00 ซึ่งเป็นค่าที่สามารถนำไปใช้ได้ และผลหลังจากนั้นผู้วิจัยได้นำคู่มือบูรณาการเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการทำขนมกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS ไปถ่ายทอดโดยชุมชนมีส่วนร่วมแล้วนั้น ผลการถ่ายทอดพบว่า ผู้ที่เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโครงการการถ่ายทอดคู่มือบูรณาเทคโนโลยีและภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนเกี่ยวกับการทำกระยาสารทโดยใช้เทคนิค KWL PLUS อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.73 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.45 คำสำคัญ : การบูรณาการ, เทคนิคเคดับบลิวแอลพลัส, วิสาหกิจชุมชน