การสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนของผลิตภัณฑ์เครื่องนอน กรณีศึกษาบ้านหัวนาคำ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การศึกษางานวิจัยการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนของผลิตภัณฑ์เครื่องนอน กรณีศึกษาบ้านหัวนาคำ อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความมุ่งหมายเพื่อ 1)ส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์เครื่องนอนชุมชน 2)พัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนชุมชมชนโดยใช้ช่องทางอินเตอร์เน็ต และ3)ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถจัดทำบัญชีครัวเรือน และนำข้อมูอมูลทางการบัญชีมาวางแผนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและประเมินผลงานวิจัย จากผู้ประกอบการ จำนวน 15 คน และกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่ จำนวน 30 คน งานวิจัยเป็นลักษณะการวิชัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบประเมินความพึงพอใจ และนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรม SPSS Vesion 23 สถิดที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าฉลื่อ ส่วนเนื่องมาตาตวามจากผลการศึกษาพบว่า 1)มาตรฐานคุณคุณภาพการออกเบบตราสัญภัณ (Brand & Identity Design)พบว่าอันดับแรกคือ การสื่อความหมายถึงคุณลักษณะของสินค้าและการบริการ (Brand Benefit & Meaningful) ( X=4.33, S.D.= .737) 2)มาตรฐานและคุณภาพการออกแบบรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์(Packaging Design) พบว่าอันดับแรกรูปแบบบเหมาะสมกับสินค้าสำหรับเครื่องนอนของชุมชน(Personality) ( X =4.30, S.D.= .675) 3)ภาพรวมของตราสัญลักษณ์และบรรจุภัณฑ์ พบว่า อันดับแรกสามารถสื่อถึงบุคลิกภาพของสินค้าและผู้ผลิต ( X-4.33, S.D.=.737) 4)ความพึงพอใจของประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์ พบว่า อันดับแรกป้องกันการสัมผัสกับน้ำความชื้นและอากาศ ( =4.38, S.D.= .837) 5)ความพึงพอใจของประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์ พบว่าอันดับแรกบรรจุผลิตภัณฑ์ได้ตามจำนวนและเหมาะสม ( R=4.33, S.D.= 737) 6)ความพึงพอใจของประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์ พบว่า อันดับแรกสามารถทับเก็บ และสามารถกางออกมาใช้งานได้ง่าย (X=4.33, S.D.= .737) 2.พัฒนาช่องทารจัดจำหน่ายของผลิตภัณฑ์เครื่องนุ่งนุ่งห่มชุมชน โดยใช้ช่องทางของสื่อแบบ Faccbook เข้ามาช่วยพัฒนาช่องทางในการจำหน่วย พบว่าอันดับแรกมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้บริโภคสามารถจดจำตราสินค้าได้ง่าย ( R=4.27, S.D.= .741) และด้าน 3.การส่งเสริมการเรืยนรู้การทำบัญชีครัวเรือนของคนในชุมชน พบว่าความพึงพอใจใจ ความรู้ความเข้าใจ และการนำไปไช้ ด้านวิทยากร ด้านสถานที่ ระยะเวลา อาหาร ด้านความรู้ความเข้าใจ และด้านการนำความรู้ไปใช้อยู่ในระดับมากทุกด้าน