การเตรียมความพร้อมและการฟื้นฟูสภาวะทางจิตใจของประชาชนที่อยู่บนพื้นที่ภัยพิบัติบนเขตรอยเลื่อนในจังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
จากงานวิจัยเรื่องการเตรียมความพร้อมและการฟื้นฟูสภาวะทางจิตใจของประชาชนที่อยู่บนพื้นที่ภัยพิบัติบนเขตรอยเลื่อนในจังหวัดเชียงราย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบการเกิดภัยพิบัติที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชนที่อยู่บนพื้นที่ภัยพิบัติบนเขตรอยเลื่อนในจังหวัดเชียงราย เพื่อศึกษาการเตรียมความพร้อมและการรับมือของประชาชนที่อยู่บนพื้นที่ภัยพิบัติบนเขตรอยเลื่อนในจังหวัดเชียงราย และเพื่อประเมินสภาวะทางจิตใจและแนวทางฟื้นฟูตนเองให้กลับมาดำเนินชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติได้ จากการศึกษาพบว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหวบนเขต รอยเลื่อนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย มีผลกระทบต่อจิตใจทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบเกิด ภาวะเครียด นอนไม่หลับ หวาดกลัวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผลกระทบทางวัตถุ ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน บ้านเรือน สิ่งก่อสร้าง หากเป็นเช่นนี้ในระยะเวลานาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นทางจิตใจของประชาชนในพื้นที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นและกลายมาเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสี่ยงให้เกิดโรค PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือโรคความเครียดหลังเกิดเหตุวิกฤต จากการวิเคราะห์สภาวะทางจิตใจที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.54 การเตรียมความพร้อมและการรับมือของประชาชนที่อยู่บนพื้นที่ภัยพิบัติบนเขตรอยเลื่อนอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.31 ทั้งนี้ในการเตรียมความพร้อมและรับมือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนได้มีจัดอบรมถึงวิธีการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวให้กับผู้นำชุมชนและประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่อยู่บนรอยเลื่อน และผลการศึกษาโปรแกรมการฟื้นฟูภาวะวิกฤตสุขภาพจิตของผู้รับบริการที่มีภาวะโรคเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post Traumatic Stress Disorder: PTSD) พบว่า ความเครียดของกลุ่มตัวอย่างก่อนการทดลองและหลังการทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยก่อนทดลองอยู่ในระดับสูงมาก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.47 และหลังการทดลองอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.19 โดยหลังการทดลองกลุ่มตัวอย่างมีระดับความเครียดต่ำกว่าก่อนการทดลอง