นวัตกรรมการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลเพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในการเตรียมความพร้อมและการป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลให้เข้าถึงกลุ่มผู้รับสารและ สามารถนําไปใช้ในการเตรียมความพร้อมและการป้องกันภัยจากแผ่นดินไหว และเพื่อศึกษาการรับรู้ และความเข้าใจของกลุ่มผู้รับสารที่อยู่ในเขตรอยเลื่อนในจังหวัดเชียงรายซึ่งได้รับผลกระทบจากภัย พิบัติแผ่นดินไหว กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาแบ่งเป็น 2 กลุ่มได้แก่ (1) กลุ่มตัวอย่างที่ร่วมประชุม Focus Group และสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อหาแนวทางการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล ซึ่ง เป็นตัวแทนจาก 10 อําเภอในจังหวัดเชียงรายที่รอยเลื่อนพาดผ่าน จํานวน 35 คนโดยใช้การคัดเลือก กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง ได้แก่ กลุ่มผู้นําชุมชน จํานวน 25 คน และกลุ่มตัวแทนจากหน่วยบรรเทา สาธารณภัย จํานวน 10 คน และกลุ่มตัวอย่างในการประเมินผลการรับรู้และเข้าใจ ได้แก่ ประชาชน จังหวัดเชียงรายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่รอยเลื่อนพาดผ่าน 10 อําเภอ จํานวน 800 คน ประกอบด้วย ชาว ไทย 700 คน ชาวอาข่า 25 คน ชาวม้ง 25 คน ชาวจีน 25 คน และชาวตะวันตก จํานวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แอปพลิเคชันกบเตือนภัย เฟซบุ๊กแฟนเพจ เว็บไซต์ และแบบประเมินการรับรู้และความเข้าใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่เป็นค่าร้อย ละ(percentage) ค่าเฉลี่ย(mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation: S.D) และ พรรณนาวิเคราะห์พร้อมยกตัวอย่างประกอบแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชันเตือนภัยแผ่นดินไหวจังหวัด เชียงราย สามารถพัฒนาใน 3 ประเด็น ดังนี้ รูปแบบของแอปพลิเคชัน เนื้อหาในการสื่อสาร และ แนวทางการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบของแอปพลิเคชัน ต้อง ประกอบด้วย (1) รูปแบบของการใช้งาน และ (2) รูปแบบของความรู้ โดยรูปแบบของการใช้งานนั้น ต้องสามารถใช้งานได้ง่าย ไม่มีความซับซ้อน และสามารถใช้งานแอปพลิเคชันในระยะยาวได้ ซึ่งการถ่ายทอดความรู้นั้นควรเป็นการสื่อสารผ่านภาพการ์ตูน ภาพนิ่ง และคลิปวิดีโอ เพื่อสร้างความเข้าใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในประเด็นรูปแบบของการใช้งาน (1) องค์ประกอบด้านตัวหนังสือ ซึ่งตัวหนังสือที่ใช้สื่อสาร แอปพลิเคชันควรเป็นตัวหนังสือที่มีหัว เพื่อให้อ่านง่าย และไม่ควรเป็นตัวหนังสือที่มีลักษณะลายมือ เพราะจะยากต่อการทําความเข้าใจ (2) องค์ประกอบด้าน สี โดยสีที่ใช้ เน้นสีที่สะดุดตา และช่วยให้ การอ่านง่าย สบายตา (3) การใช้ภาษา โดยลักษณะของการใช้ภาษาในการสื่อสารเป็นภาษาที่สั้น กระชับ ง่ายต่อการทําความเข้าใจ ประกอบร่วมกับภาพวาดการ์ตูน เพื่อช่วยสื่อสารอย่างมี ประสิทธิภาพ องค์ประกอบอื่น ๆ ได้แก่ (1) ชื่อของแอปพลิเคชัน มีความสัมพันธ์กับแผ่นดินไหว และ สะท้อนมุมมองและทัศนคติเชิงบวก และสามารถใช้สื่อสัตว์ที่สะท้อนสัญชาตญาณเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ได้ (2) สัญลักษณ์และไอคอนในแอปพลิเคชัน สามารถที่จะสื่อสารด้วยความเป็นเอกลักษณ์ของแอป พลิเคชัน (3) ระยะเวลาของแอปพลิเคชัน ต้องเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถใช้ได้ระยะยาว และต่อยอด เนื้อหาใหม่ๆได้(4)ด้านการลงทะเบียนแอปพลิเคชันไม่ต้องมีการลงทะเบียนเพราะจะทําใหเ้กิด ความซับซ้อนในงาน (5) องค์ประกอบด้านพื้นที่ของแอปพลิเคชัน ต้องไม่ใช้พื้นที่มากเกินไป เพราะจะ มีผลต่อการเก็บแอปพลิเคชันไว้ใช้งาน หากใช้พื้นที่มากไป (6) ระบบปฏิบัติการ ควรมีโหลดใน ระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยม ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ ระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งเป็น ระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มเป้าหมาย ในประเด็นการใช้สื่อเพื่อสื่อสารข้อมูลแอปพลิเค ชัน และข้อมูลความรู้เรื่องแผ่นดินไหวไปยังกลุ่มเป้าหมาย มี 3 ประเภท ได้แก่ (1) สื่อออนไลน์ เป็น สื่อที่นํามาช่วยเพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น www.facebook.com เป็นต้น (2) สื่อดั้งเดิม หรือสื่อออฟไลน์ เป็นสื่อที่สามารถติดตั้งได้ในชุมชนกลุ่มเป้าหมาย เช่น ไวนิล โปสเตอร์ สแตนดี้ เป็น ต้น และ (3) สื่อบุคคล คือกลุ่มผุ้นําชุมชน หรือผู้นําชาติพันธุ์ ในการสื่อสารเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายประเด็นด้านเนื้อหาที่จะนําเสนอในแอปพลิเคชันนั้น แบ่งเป็น (1) เนื้อหาเกี่ยวกับการสร้าง การเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์แผ่นเดินไหว โดยแบ่งเป็น การปฏิบัติตัวก่อน ระหว่าง และหลัง เกิดแผ่นดินไหว (2) เนื้อหาเกี่ยวกับการแจ้งเตือน เป็นการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน และทําให้เห็น ถึงการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน เพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ และ (3) เนื้อหาเกี่ยวกับการติดต่อ ขอรับการช่วยเหลือ คือการเพิ่มช่องทางการติดต่อหน่วยงานราชการผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงความรู้ เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะติดต่อขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยพยาบาลฉุกเฉินในประเด็นของการสื่อสารไปยังนักท่องเที่ยวที่มาอาศัยในจังหวัดเชียงรายนั้น จะมี ชาวต่างชาติ และชาวจีน เป็นจํานวนมาก จึงควรมีการสื่อสารภาษาอังกฤษ และภาษาจีน สําหรับ กลุ่มเป้าหมายดังกล่าวที่อยู่ตามแนวรอยเลื่อน ในขณะเดียวกันในพื้นที่ดังกล่าวก็เป็นพื้นที่ที่มีชาติพันธุ์ อาข่า กับม้ง อยู่อาศัยเป็นจํานวนมา จึงควรมีการพัฒนาภาษาชาติพันธุ์ม้ง และอาข่า ด้วยเช่นกันผลการศึกษาการรับรู้และความเข้าใจของกลุ่มผู้รับสารในการเตรียมความพร้อมและการ ป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหวผ่านนวัตกรรมการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล ด้านการรับรู้พบว่าชาวไทยและ ชาวตะวันตกที่อาศัยในพื้นที่รอยเลื่อนรับรู้ข้อมูลผ่านโมบายแอปพลิเคชันมากที่สุด ชาวจีนรับรู้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์มากที่สุด ชาวอาข่าและชาวม้งรับรู้ข้อมูลผ่านไวนีลมากที่สุด ในด้านความเข้าใจ พบว่า ความเข้าใจของกลุ่มผู้รับสารในการเตรียมความพร้อมและการป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหวผ่าน นวัตกรรมการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล มีความเข้าใจอยู่ในระดับมาก (x? = 4.04, S.D. = 0.30) เมื่อ จําแนกตามชาติพันธุ์พบว่า ชาวไทยมีระดับความเข้าใจมากที่สุด (x? = 4.35, S.D. = 0.83) รองลงมา คือชาวม้ง(x?=4.16,S.D.=0.19)ชาวจีน(x?=3.98,S.D.=0.19) ชาวอาข่า(x?=3.91,S.D. = 0.13) และชาวตะวันตก (x? = 3.82, S.D. = 0.09) ตามลําดับ เมื่อพิจารณาจากรายการประเมินใน แต่ละข้อพบว่าชาวไทย ชาวจีน ชาวอาข่า ชาวตะวันตกประเมินผลความเข้าใจมากที่สุด คือ หลังจาก ใช้โมบายแอปพลิเคชันแล้วทําให้มีความรู้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมในการรับมือแผ่นดินไหวได้ดียิ่งขึ้น ส่วนชาวม้งประเมินความเข้าใจการใช้วิดีโอเพื่ออธิบายข้อมูล ทําให้เข้าใจข้อมูลที่นําเสนอได้ชัดเจน เข้าใจ ได้ง่าย และรวดเร็วขึ้นคําสําคัญ: นวัตกรรมการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัล การรับรู้และความเข้าใจ การเตรียมความพร้อมและ การป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหว