การพัฒนารูปแบบการเตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหวเชิงรุกอย่างยั่งยืน ในพื้นที่เสี่ยงประเทศไทย
ชื่อผู้แต่งข้างต้นเป็นข้อความจากระเบียนผลงาน ไม่ได้ผูกกับรหัสนักวิจัย จึงกดดูผลงานอื่นของบุคคลนี้ไม่ได้ — ในคลังนี้ 142,080 ผลงาน (63.6% ของทั้งหมด) มีชื่อผู้แต่งที่เชื่อมกับหน้าผู้แต่งได้ และ 60,298 ผลงาน (27.0%) มีผู้แต่งที่ผูกกับรหัสนักวิจัยจริง ส่วนอีก 81,382 ผลงานไม่มีข้อมูลผู้แต่งเลย (มีชื่อผู้แต่งเป็นข้อความอยู่ 142,009 ผลงาน = 63.5%)
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวโดยใช?กระบวนการมีส่วนร่วมของแกนนำในการจัดการแผ่นดินไหว 2) พัฒนาแผนการเตรียมพร้อมรับมือภัยแผ่นดินไหวโดยแกนนำสู่ภาคประชาชน และ 3) สร้างต้นแบบการจัดการแผ่นดินไหวโดยชุมชนเป็นฐาน (CBDRM) ให?เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน โดยใช้หลักสูตรการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของแกนนำในการจัดการแผ่นดินไหว กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ แกนนำผู้แทนส่วนราชการและภาคประชาชนในพื้นที่เสี่ยงตามแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว จังหวัดเชียงราย จำนวน 100 คน ดำเนินการวิจัยด้วยกระบวนการวิจัยและพัฒนา 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 พัฒนาโปรแกรมหลักสูตรฝึกอบรมแกนนำชุมชนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์แผ่นดินไหว จากนั้นฝึกอบรมแกนนำตามโปรแกรม ระยะที่ 2 แกนนำนำหลักสูตรไปใช้พัฒนาแผนการเตรียมพร้อมรับมือภัยแผ่นดินไหวชุมชนและฝึกอบรมให้ประชาชนในชุมชนตนเอง ระยะที่ 3 ถอดบทเรียนการใช้หลักสูตรเพื่อสร้างต้นแบบการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหว ผลการวิจัย พบว่า 1. ผลการพัฒนาแกนนำโดยใช้หลักสูตรการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวพบว่า 1) แกนนำมีความรู้เกี่ยวกับแผ่นดินไหวและเอาตัวรอดในสถานการณ์แผ่นดินไหว เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับมาก 2) แกนนำมีการรับรู้ความสามารถของตนเองในการเตรียมพร้อมการรับสถานการณ์แผ่นดินไหว อยู่ในระดับปานกลางถึงมาก และ3) แกนนำมีพฤติกรรมการเผชิญสถานการณ์แผ่นดินไหวจำลอง ที่ถูกต้องอยู่ในระดับมาก และมีความมั่นใจในเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวชุมชนเพิ่มมากขึ้น 2. การพัฒนาแผนการเตรียมพร้อมรับมือภัยแผ่นดินไหวโดยแกนนำสู่ภาคประชาชน พบว่า แผนเตรียมพร้อมรับแผ่นดินไหวที่แกนนำชุมชนพัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ได้จริงและเหมาะกับบริบทของชุมชนที่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะในกลุ่มพื้นที่เสี่ยงสูงมีการจัดทำแผนและกิจกรรมในโครงการที่ครอบคลุมเกือบทุกหน่วยการเรียนรู้ และสามารถทำแผนได้ครบทั้ง 4 องค์ประกอบ ทำให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ การรับรู้ความสามารถและพฤติกรรมในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวอยู่ในระดับ มาก 3. ผลการถอดบทเรียนการใช้หลักสูตรสร้างต้นแบบการเตรียมความพร้อมรับมือกับแผ่นดินไหวผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของแกนนำในการจัดการแผ่นดินไหวเพื่อให้เกิดความยั่งยืน พบว่า 1) ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสำเร็จในการดำเนินหลักสูตร 1.1) ความร่วมมือของทีมทำงานในพื้นที่ ประกอบด้วย ประชาชน ผู้แทนชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 1.2) ความสัมพันธ์แบบไว้วางใจของแกนนำ ผู้นำชุมชน และประชาชน 1.3) หลักสูตรเน้นการลงมือปฏิบัติ และส่งเสริมในเรื่องความรู้ ทำให้เพิ่มความมั่นใจและพฤติกรรมในการปฏิบัติ 1.4) คู่มือของหลักสูตร และแบบฟอร์มต่าง ๆ ง่ายต่อการนำไปประยุกต์ใช้ 2) ชุมชนสามารถพัฒนาแผน ออกแบบกิจกรรม ฝึกทักษะการปฏิบัติให้กับผู้อื่น และถ่ายทอดความรู้ ระหว่างกัน ทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจเพิ่มขึ้น 3) แนวทางของการจัดทำหลักสูตรและแผนในอนาคตควรมีการจัดทำในหลากหลายภาษาเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับทุกกลุ่มชาติพันธุ์ 4) การฝึกซ้อมทบทวนให้แกนนำเน้นปฏิบัติในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับการเผชิญหน้ากับสถานการณ์จริงทั้งแผนกลางวัน และแผนกลางคืน ในพื้นที่เสี่ยงสูง อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และในพื้นที่เสี่ยงกลางและเสี่ยงต่ำ ปีละ 1 ครั้ง